สวัสดี ก็ไม่รู้สินะ
ช่วงนี้จะบอกว่าฉันแร่ดไปสมัครเว็บคุยกะต่างชาติ ใช่ค่ะ ประสาก๊อยๆ เนื่องเพราะ

1. คลั่งดูบอล แล้วฟอลโลว์แฟนบอลเมืองแมนแดนท้องถิ่นของคลับที่เราชอบ ฝรั่งเค้ามอยกันสนุกดี แต่ดูคนละโลกกะเราเข้าไม่ถึง แต่อยากจะลองมีเพื่อนฝรั่ง อยากได้ฟีลลิ่ง

2. เราเริ่มเรียนสเปน อยากลองหาเพื่อนให้ได้ฝึกภาษา (แต่พอคุยจริงมันไม่เต็มใจช่วยเลย เมินมาก พอปล่อยศัพท์สเปนไป มันไม่รีแอคไรกะกูเล้ยยย แอพ duolingo ยังช่วยตูมากกว่าเยอะ)

ก็มีคนมาคุยด้วยเรื่อยๆ นะแก เราไม่เริ่มคุยกะใครก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคนเหยียดเราบ้างหรือเปล่าเลยรอให้คนอื่นทักมา คนที่คุยถูกจริตก็มีบ้าง มีคนนึงที่ชอบคุยมากก็มี น้องบลาส อายุ 23 เป็นนักศึกษาเรียนอยู่ที่มาดริด บ้านเกิดอยู่อันดาลูเซีย เราคุยกะนางเหมือนคุยผ่านเมล์ คุยทีละ 8-13 ย่อหน้า ด้วยความที่เนิร์ดๆ เหมือนกัน มีอะไรให้คุยยาวดี เพราะน้องกำลังเรียนเอกเอเชียตะวันออกศึกษา เคยอยู่ญี่ปุ่น มีความคุอะ ว่าง่ายๆ ความคิดค่อนข้างใจกว้าง ล่าสุดนางส่งมาเกือบ 5 เอสี่

กับอีกคนก็มีอีวีสลีย์ คนเชื้อสายลาติโนแท้จากบราซิล ตอนแรกทักมาภาษาอังกฤษมันพิกลพิการต่ำตมมาก ด่ามันตั้งแต่แรกเจอ เพราะมันเป็นคนขี้เล่น มันก็ใช้ความตลกแดก หัวเราะเลข 555 แบบคนไทยเนียนตีซี้ไวมากกกก แต่หัวไว คุยไปคุยมาเดือนนึงมันใช้ศัพท์แสงหรูกว่าเราแล้ว

และตลอดเวลาที่เราคุยกะอีวิสลีย์ มันชอบด่าคนประเทศมันให้ฟัง แล้วค่อนข้างจะยกย่องคนเอเชีย เพราะมีคนญี่ปุ่นอยู่บราซิลเยอะ แล้วเรานึกภาพว่ามันคงคล้ายๆ คนจีนที่ไปอยู่ก็ทำธุรกิจเติบโตดีจนร่ำรวยอยู่ในประเทศอื่น แถมญี่ปุ่นนิสัยก็ดีกว่าคนจีน มันเลยมองภาพลักษณ์คนเอเชียไว้ดีมาก (หรือมันปากหวานนี่ก็ไม่รู้นะ) กับไปส่องดูเพจโปรไฟล์มีผู้ชายฝรั่งหลายๆ คนสนใจพวก East Asia เกาหลี ญี่ปุ่นเยอะมาก ก็เบิกเนตรใช้ได้

เวลามันชมคนเอเชีย เราก็บอกใช่ คนญี่ปุ่นมันเก่งอะ แต่คือกูไม่ใช่ กูคนไทยไง มันก็นึกภาพไม่ออกเว้ย เพราะมันแยกคนเอเชียไม่ออก แต่ตอนนี้มันน่าจะรู้อะไรมากขึ้นแล้วล่ะ

แต่ด้วยความที่วีสลีย์มันเป็นคนตรงๆ บ้านๆ มันเลยพูดอะไรออกมาตรงๆ ซื่อๆ แบบของมันที่เราฟังแล้วก็ ฮื้อ? เฮ้อ? อะไรก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก ถึงแม้จะชมก็มีความรู้สึกแปลกๆ เช่น คนเอเชียตัวเล็กดีจังนะ คนเอเชียฉลาดจัง แล้วก็หลายๆอย่างที่มันคิดแทนคนเอเชีย บลาๆ เราก็คิดในใจว่า มันก็ไม่ใช่ปะวะ นี่แกคิดอะไรอยู่ แกจินตนาการไปถึงไหนแล้วววว แล้วมันก็พูดถึงคนผิวอื่นๆแบบอื่นๆ แล้วเราก็สัมผัสได้ว่ามันไม่ชอบคนผิวขาวเท่าไหร่ (มารู้ทีหลังว่าพวกผิวขาวชอบเหยียดลาติโน)

ยิ่งคุยกะมัน เราก็เริ่มเห็นภาพความ racist ในโลกตะวันตกแรงๆ เพราะประเทศมันมีคนแทบทุกสี พวกโลกคอเคซอยด์นี่กะสีผมก็เป็นประเด็น stereotype แล้วว่านิสัยคนคนนั้นเป็นยังไง แล้วเราก็เห็นใจพวกลาติโนในอเมริกาใต้นะ เพราะเขาโดนทุกคนแถบนั้นเหยียดจริงๆ ในสลัมบ้านเขาก็มีแต่สีลาติโนที่ยากจน เราไม่แน่ใจนักเพราะไม่เคยไปบราซิล

ทีนี้มันบังเอิญประจวบเหมาะกับเราไปดู Zootopia ช่วงนั้นพอดี พิมพ์มายาวก็จะเริ่มพูดเรื่องที่เป็นประเด็นที่จะเอามาอัพบล็อกก็ตอนนี้แหละ พอเราดูปุ๊บทีนี้เราที่เพิ่งอื้อหืออ้าหาเปิดตากับความรู้สึกแตกต่างระหว่างชาติพันธุ์ก็เข้าใจ idea concept ของเรื่องนี้ได้โดยทันที แล้วโดยเฉพาะเราซึ่งเป็นคนเอเชียจะรู้สึกอินกับบทตัวเอกกระต่ายจูดี้ได้ง่ายมากๆ

ไม่รู้ว่าเพราะอีบราซิลมันกรอกหูถึงความ yellow fever ของมัน เลยทำให้เราเข้าข้างตัวเองเกินไปหมือไร่ แต่จากเมื่อก่อนที่เราคิดว่าชาติพันธุ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรานี่ต่ำตมโลกที่สาม มีแต่คนเดียดฉันท์ ปรากฏว่าไม่เลยนะ ที่เขาไม่เหยียดเพราะเขาไม่รู้จักเราเลยเสียมากกว่า ฮ่าๆ เรารู้สึกว่าคนเอเชียโดยรวมในสายตามันค่อนข้างใสๆ ไร้เดียงสา ตัวเล็กๆ ไม่(สามารถ)ทำร้ายใคร (ประมาณว่าถึงอยากจะทำแต่ก็ทำไม่ได้หรอก หัวอ่อนเกิน) ถ้าเป็นผู้ชายเอเชียก็จะจืดๆชืดๆ ตัวเล็กๆ ไร้เสน่ห์ มีดีแค่รวย คนเอเชียจะเหมือนโลกกระต่ายแบบจูดี้ (เราเห็นพวกหนูแกสบี้แทะไอติมก็ค่อนข้างนึกถึงคนจีน) ส่วนสัตว์ประเภทกินเนื้อ นักล่า มีหลายบทความตีความว่าเหมือนคนผิวดำ แต่เรากลับรู้สึกตีความส่วนตัวไปอีกทาง เรารู้สึกเหมือนเป็นพวกคนขาวมากกว่า ซึ่งไม่รู้ว่าเราตีความถูกต้องมั้ย แต่จะบอกว่าทำไมเราถึงรู้สึกงั้น

เราก็หันมาคุยกะน้องบลาสอะ ว่าเราชอบซูโทเปียเพราะเราแอบอิน เราแอบรู้สึกว่าคนขาวคือพวกกินเนื้อ ส่วนเราเอเชียคือพวกกินพืช ไม่ใช่เพราะว่าคนผิวขาวน่ากลัวหรือดูอันตราย แต่มันให้ความรู้สึกว่าเขาเป็นกลุ่มคนที่เราไม่สามารถเสนอหัวไปแข่งได้ เรารู้สึกตัวเล็กและด้อยมากเมื่ออยู่ท่ามกลางคนขาว ...ยากจะพิมพ์ไทยแล้วเห็นภาพว่ะ เอาเป็นว่าเราพูดกะน้องบลาสงี้

I know you still didn't watch the movie > < but I get concept of the film. People around the world are like different species of mammal, there are carnivore and herbivore by nature selection. To be honest I always see white people are like carnivore species XD Not as how dangerous they are, but they're too hard to challenge with, everything is better than us here, I always feel very small around westerners. But now I think even they're better in many ways, they're still human like me XD Is it sound too weird to heard something like this? Like it's too innocent?

ข้ามแกรมม่าผิดๆและศัพท์กะโหลกกะลาของเราไปนะ ฮ่าๆ ช่วยข้ามความรู้สึกว่าทำไมเราพิมพ์อะไรที่ดูเปิดใจแรงอะไรขนาดนั้นด้วย =_=

เราพูดกะน้องอีกว่า "เมื่อก่อนเราคิดว่าคงไม่ต่างกันมาก แต่ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกต่างกันมาก จริงๆภายในของคนเรามันไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก แต่เพราะมุมมองเรามันต่างกัน"

เออ คือแบบ ไม่ใช่มุมมองเรื่องวัฒนธรรมหรืออะไรมันต่างกันมากมาย สิ่งที่เป็นมุมมองในการมองกันและกันต่างหากที่ทำให้เราโคตรห่าง

น้องบลาสแกก็ตอบมาว่า เออมันเป็นความจริงนะ จริงๆคนขาวก็รู้ตัวแหละว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่น เขาที่เคยอยู่ญี่ปุ่นก็เป็นมีพวกคนขาวที่เข้าใจแบบนี้ (มีแต่สาวเอเชียอยากจับจ้องพวกนางมาเป็นฝาชี) แล้วก็เที่ยวจีบผู้หญิงญี่ปุ่นไม่เลือกหน้าเหมือนกัน

เรารู้สึกเองว่าที่ผ่านมาสื่อดูเหมือนจะนำเสนอว่าคนดำเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตลอด ทำให้คิดไปเองว่าจริงๆแล้วคนที่มีภาพลักษณ์อยู่บนห่วงโซ่อาหารบนสุดของสังคมโลกนี้มีแต่คนขาว และคนคอเคซอยด์ก็รู้ตัวด้วยนะว่าตัวเองเป็นสายพันธุ์ที่ใครก็เหยียดไม่ได้อะ เพราะตนเป็นผู้นำโลก ตนเป็นตัวอย่างของความงาม แต่ด้วยความที่แสดงความปัญญาชนโดยเขาถูกสอนให้เลิกเหยียดคนผิวสีอื่นๆ คนผิวสีโดยเฉพาะคนดำซึ่งโดนนำมาเป็นทาส โดนคนขาวรังแกที่สุด เป็นกลุ่มหลักที่จะเป็นที่ได้รับโอกาสสูงสุด ทำให้เราพยายามอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมให้ได้ --กลายเป็นว่าจริงๆแล้ว กลุ่มลาติโนต่างหากที่โดนเหยียดและไม่แยแส-- จนกระทั่งในเรื่องจำลองว่า หากมีคนขาวบางกลุ่มที่เกิดความเหยียดหรือทำร้ายคนดำขึ้นมา การที่คนดำจะเหมารวมว่าคนขาวล้วนพรีเดเตอร์ทุกคน จิตใจต่ำทรามโหดร้ายนิสัยดอกทองมาก ก็เท่ากับคนดำเองก็ต่อต้าน(เหยียด)คนขาว --อย่างอีวีสลีย์เรารู้สึกเองว่ามันจะพูดจาเหยียดคนขาวหน่อยๆอะ เราก็เข้าใจนะอย่างมันโดนมาเยอะ-- หาก 'คนดี' หรือไอดอลของสังคมอย่างจูดี้ (สมมุติว่าเป็นโอปราห์ วินฟรีย์ของอเมริกันชน) เกิดพลั้งชี้นำไปผิดทาง ก็ก่อเกิดอคติระหว่างชาติพันธุ์แบบในเรื่อง

ในขณะเดียวกันถ้ามองต่างจากมุมประเด็นผิวสีขาวดำ ก็ยังมีเรื่องกลุ่มศาสนา เราว่ามันก็สามารถจำลองเหตุการณ์เรื่องการเหมารวม ว่าถึงแม้กลุ่มอิสลามบางกลุ่มจะเกิดบ้าดีเดือดฆ่าคนขึ้นมา แต่เราก็เหมารวมมุสลิมอย่างนั้นไม่ได้เช่นกัน

ไม่เพียงแค่อเมริกาที่ได้ชื่อเป็น melting pot เราเพิ่งนึกได้เหมือนกันว่าทุกประเทศจะมีคนทุกผิวสี โดยเฉพาะตะวันตกที่คนผิวสีอาจจะไม่ได้ถูกมองเป็นพลเมืองอพยพ แต่เป็นคนของประเทศนั้น และประเทศนั้นเป็นของเขา เราว่ามันเป็นเพราะจริงๆ แล้วมันเป็นโลกที่เริ่มต้นมาจากการล่าอาณานิคมของคนขาวตั้งแต่แรกนั่นเอง คุยกะน้องบลาสเองก็ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษชาวอันดาลูเซียของน้องจะเป็นแขกอะ หน้ามันบอก นางบอกนางก็จะโดนเหยียดจากพวกสเปนเมืองอื่นที่ 'มีเชื้อคนขาวมากกว่า'

ก็ช่วยไม่ได้ ความจริงเรามี typical ในการมองบุคคลต่างๆเป็นเรื่องปกติ เพราะธรรมชาติไม่เคยสร้างเราให้เท่ากัน ผู้ล่า(อาณานิคม)ก็จะยังเป็นผู้ล่า ก็จะยังวนเวียนกันเพราะความแตกต่างนี้ แต่เราก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดีว่ะ มองเป็นสีสันมันก็คือสีสัน สีสันแน่นอนล่ะ เพราะสีผิวเรามันแตกต่างกันยังไงล่ะ

เราเลยคิดว่า Zootopia มันสะท้อนสังคมโลกได้คมคายมาก เป็นการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เราชอบมากๆ ประจวบเหมาะกับการที่เรากำลังตื่นเต้นกับการเปิดโลกกะลาด้วยมั้ง เลยทึ่งกับมันง่ายๆ

ก็มาอัพบล็อกพร้อมกับความประทับใจหนัง Zootopia ในระดับที่ค่อนข้างชอบมากกกกก คือตอนแรกคนทำคงเริ่ม concept แค่คิดจะทำแอนิเมชันโลกของสัตว์เฉยๆ แต่ในที่สุดก็เลือกประเด็นเอามาโยงกับเรื่องชาติพันธุ์ในสังคมปัจจุบันได้อย่างเนียน ไม่หนักมาก ชอบเพราะดูคนทำอนิเมชันเหมือนสนุกกับการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ผ่านคาแรคเตอร์ได้มันส์มาก ความมี Passion ในการสร้างโลกสัตว์มันดูปังออกมาจากหนัง มีพวกลัทธิแปลกๆ ธรรมชาตินิยมอะไรงี้ ตลกดี นอกจากนั้นตัวละครมันยังน่ารักสุดติ่งกระดิ่งแมวไปเลย

แฟนอาร์ตเราวาดเองงงง