บทนำ

เราจะเชื่อกันบ้างไหมว่า ถึงแม้มนุษย์จะเป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว ทว่าในจิตใจของเรานั้นยังมีความเป็นปัจเจกแฝงอยู่ลึกๆ ต้องการที่จะมีตัวตนที่ไม่กลืนหายไปตามกระแสสังคมอยู่ ทำให้แต่ละคนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป? จนมีหลายคนให้คำนิยามเปรียบเปรยความรู้สึกที่เราต้องการพื้นที่ในความเป็นตัวของตัวเราเองนั้นเสมือนเป็นโลกหนึ่งๆ ที่ไม่มีใครสามารถเข้ามารุกล้ำได้ หรือว่าการที่มีคนเข้าใจถึงความรู้สึกของเรานั้นเปรียบเหมือนต้อนรับให้บุคคลภายนอกมาเยี่ยมชมดวงดาวของเรา ซึ่งโลกของเรานั้นจะกว้างขวาง หรือคับแคบ ชุ่มฉ่ำสมบูรณ์ หรือแห้งผาก นั้นก็ล้วนแล้วแต่มาจากความรู้สึกของคนเรานั่นเอง

 

ความสำคัญและที่มาของผลงาน

เพราะว่าทุกคนต้องการมีโลกส่วนตัวของตัวเอง นักประพันธ์นิยายชาวฝรั่งเศส Antoine De Saint-Exupéry สัมผัสถึงอารมณ์ความเคว้งคว้างในช่องว่างระหว่างปัจเจกบุคคลได้ นำมาสร้างสรรค์เป็นนิยายและภาพประกอบที่อุปมาเปรียบเปรยถึงความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกเป็นภาพเหนือจริง

เรื่องราวของ 'เจ้าชายน้อย' เป็นเรื่องของนักบินหนุ่มคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกลงกลางทะเลทราย เขาพบเด็กชายท่าทางใสซื่อแต่แปลกประหลาดซึ่งเขาตั้งชื่อให้ว่า 'เจ้าชายน้อย'

เจ้าชายน้อยได้เล่าเรื่องสถานที่ที่เขาเดินทางมา คือดาวที่ชื่อว่า บี.๖๑๒ ดวงดาวที่มีดอกไม้งามซึ่งมีหนามเพียงสี่หนามดอกหนึ่ง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญในจิตใจของเจ้าชายน้อยเป็นอย่างมาก โดยเขาเริ่มต้นออกเดินทางเพื่อหาคุณค่าความหมายของดอกกุหลาบดอกนั้นจนไปพบดาวดวงต่างๆ และเจ้าของดาวแต่ละดวงซึ่งมีอุปนิสัยแปลกประหลาดแตกต่างกันไปคนละอย่าง บางดวงทำให้เจ้าชายน้อยพิศวงอยู่เสมอ แต่การค้นพบดาวบางดวงก็สอนให้เจ้าชายน้อยรู้ความหมายของสิ่งต่างๆ ในโลกมากขึ้น

          เช่นในบทตอนที่ ๑๑ เจ้าชายน้อยได้ไปพบดาวดวงที่มีชายหลงตนอาศัยอยู่ เขาคิดเสมอว่าทุกคนจะต้องนิยมชมชอบเขา ทั้งที่ไม่ค่อยมีใครเฉียดผ่านดาวของเขา ชายผู้นั้นจะถอดหมวกโค้งคำนับอย่างเสงี่ยมเจียมตนทุกทีที่มีคนปรบมือชื่นชมเขา และเจ้าชายน้อยสนุกกับการปรบมือให้ชายหลงตนโค้งคำนับได้เพียง ๕ นาทีเท่านั้น

 

หลังจากตบมือได้สัก ๕ นาทีเจ้าชายน้อยก็ชักเบื่อกับการเล่นซ้ำ ๆ ซาก

"ทำอย่างไรจึงจะทำให้หมวกตกได้นะ ?" เขาถามแต่ชายหลงตนไม่ได้ยิน เขาได้ยินก็ต่อเมื่อคนชมเท่านั้น

"เจ้านิยมชมชอบฉันมากจริงๆ รึนี่?" เขาถามเจ้าชายน้อย

"นิยมชมชอบหมายความว่าอย่างไร?"

"หมายความว่ายอมรับฉันเป็นคนหล่อที่สุด แต่งตัวดีที่สุด รวยที่สุด และฉลาดที่สุดบนดาวดวงนี้น่ะซิ"

"แต่ว่าคุณอยู่คนเดียวบนดาวดวงนี้นี่"

"ช่วยให้ฉันมีความสุขเถิด นิยมชมชอบฉันเถอะถึงแม้ว่าจะมีเพียงฉันคนเดียว"

"ฉันนิยมชมชอบคุณ" เจ้าชายกล่าว พลางยักไหล่

"แต่ทว่ามันจะก่อให้เกิดประโยชน์อะไรแก่คุณนะ?"

แล้วเจ้าชายก็จากไป พวกผู้ใหญ่นี่พิลึกจริง ๆ ทีเดียว เจ้าชายน้อยกล่าวกับตนเองขณะที่เดินทางไป

 

          นอกเหนือจากนั้นแล้ว เจ้าชายน้อยยังพบดวงดาวที่เป็นที่ประทับของพระราชาผู้ซึ่งจะตรัสสั่งประชาชนของเขาด้วยคำสั่งที่อยู่บนรากฐานของความเป็นไปได้เท่านั้นแม้ว่าจะมีพระองค์เพียงลำพังบนดวงดาวส่วนพระองค์ ดาวของนักดื่ม เป็นดวงดาวที่แสนเศร้าสร้อยของนักดื่มที่ดื่มเพื่อลืมความอับอายของตนว่าตัวเองดื่ม

          หรือดาวของนักการค้า ครั้งหนึ่งที่เจ้าชายน้อยไปเยี่ยมดวงดาวของนักการค้าที่เอาแต่นั่งวุ่นนับดวงดาวทุกดวงบนท้องฟ้าจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะทักเจ้าชายน้อย เมื่อเจ้าชายน้อยเข้าไปรบกวนถามไถ่ นักการค้าจึงพอจะยอมตอบเจ้าชายน้อยอย่างเสียมิได้

 

          "คุณทำอะไรกับดวงดาวเหล่านั้น"

          "สิ่งที่ฉันทำกับมันน่ะรึ"

          "จ้ะ"

          "เปล่า ฉันเป็นเจ้าของมันไงล่ะ"

          "คุณรึเป็นเจ้าของดวงดาว"

          "ใช่ล่ะ"

          "แต่ฉันเห็นพระราชาองค์หนึ่งแล้วนี่..."

          "พระราชามิได้เป็นเจ้าของ พระองค์ปกครอง มันต่างกันมากนะ"

          "การเป็นเจ้าของดวงดาวนั้นมีประโยชน์อย่างไร"

          "มันก็ทำให้ฉันร่ำรวยน่ะซิ"

          "และการที่คุณร่ำรวยนั้นทำอะไรให้คุณได้บ้าง"

          "ทำให้ฉันซื้อดาวอื่นๆ ได้อีกน่ะซิ ถ้ามีคนพบดาวดวงใหม่ๆ"

 

หลังจากคุยกันอีกสักพัก เจ้าชายน้อยก็ถามต่อ

 

          "จริงซินะ แล้วคุณทำอะไรกับดวงดาวเหล่านั้นล่ะ"

          "ฉันก็จัดระเบียบมัน ฉันนับมันแล้วนับมันอีก" นักการค้าตอบ "การนับยากมากทีเดียว แต่ฉันเป็นคนทำงานจริง"

          เจ้าชายน้อยก็ยังไม่พอใจ

          "ถ้าฉันเป็นเจ้าของผ้าพันคอผืนหนึ่ง ฉันเอามาพันคอได้และเอาไปกับฉัน ถ้าฉันเป็นเจ้าของดอกไม้ฉันก็สามารถเด็ดมันได้และเก็บมันไปด้วย แต่คุณไม่สามารถเอาดวงดาวไปได้นี่"

          "ฉันเอาไม่ได้ก็จริง แต่ฉันใส่ไว้ในธนาคารได้"

          "หมายความว่าอย่างไร"

          "หมายความว่า

          ฉันเขียนจำนวนดวงดาวของฉันทั้งหมดไว้บนกระดาษแผ่นเล็ก ๆ และแล้วฉันก็เก็บกระดาษแผ่นนั้นใส่ลิ้นชักลั่นกุญแจ"

          "เท่านั้นเองรึ"

          "แค่นั้นก็พอ"

          "ตลกดี" เจ้าชายน้อยนึกในใจ ออกจะแปลกอยู่ แต่ก็ไม่เป็นเรื่องเท่าใดนัก

          เจ้าชายน้อยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นจริงเป็นจัง แตกต่างจากความคิดเห็นของผู้ใหญ่

"ฉันมีดอกไม้อยู่ดอกหนึ่ง ฉันรดน้ำให้มันทุกวัน ฉันมีภูเขาไฟอยู่สามลูกซึ่งฉันกวาดเถ้าถ่านทุกสัปดาห์ ฉันกวาดภูเขาลูกที่ดับแล้วด้วย เพราะเราไม่รู้แน่จริงไหม การที่ฉันเป็นเจ้าของภูเขาไฟและดอกไม้นั้น ฉันทำประโยชน์ให้กับมัน แต่คุณไม่เห็นทำประโยชน์ให้ดวงดาวต่างๆ นั้นเลยนี่..."

          นักธุรกิจอ้าปากจะตอบโต้ แต่นึกคำพูดไม่ออก เจ้าชายน้อยจึงเดินทางจากไป พลางนึกในใจว่าผู้ใหญ่นี่แปลกเอาเสียจริงๆ

 

          ดวงดาวของเจ้าชายน้อยมีพระอาทิตย์ตกวันละ ๔๔ ครั้ง เมื่อครั้งที่เจ้าชายน้อยเล่าเรื่องราวของเขาให้นักบินฟัง

 

"ในวันหนึ่งๆ ฉันเห็นดวงอาทิตย์ตก ๔๔ ครั้ง" และอีกครู่หนึ่งต่อมาเธอก็กล่าวเสริมว่า
"เธอรู้ไหม...ในยามที่แสนเศร้า คนเราชอบดูอาทิตย์อัสดง"
"เธอดูอาทิตย์อัสดงถึงวันละ ๔๔ ครั้ง เธอคงเศร้ามากซินะ?"
แต่เจ้าชายน้อยมิได้ตอบแต่อย่างใด

 

ดังที่เคยได้เล่าไว้ในตอนต้นของบทความ บนดวงดาวของเจ้าชายน้อยมีดอกไม้ดอกหนึ่ง ซึ่งเจ้าชายหลงรักอยู่เพราะเป็นดอกไม้เพียงดอกเดียวในดวงดาวของเจ้าชาย ทว่าดอกไม้นั้นมีหนามแหลมคมเพื่อปกป้องตนเอง ตอนที่เจ้าชายน้อยได้ขอร้องให้นักบินวาดแกะให้เขาเพื่อจะได้ไปกินต้นไทรไม่ให้มันเติบโตขึ้นมาเบียดดวงดาวจนคับแน่นเกินไป เจ้าชายน้อยก็ได้ถามนักบินว่าแกะนั้นเมื่อกินต้นไทรได้แล้ว มันจะกินดอกไม้ไปด้วยหรือไม่ นักบินตอบว่าแน่นอน

เจ้าชายน้อยจึงถามว่า "ถ้าอย่างนั้นทำไมดอกไม้จึงต้องมีหนาม" ด้วยความที่หงุดหงิดนักบินจึงตอบไปว่าหนามนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย มันเป็นเพียงเพราะดอกไม้มันใจร้ายก็เท่านั้น

 

นอกจากนั้น บทประพันธ์เรื่อง ‘เจ้าชายน้อย' ได้เปรียบเปรยถึงเรื่องราวความรักในมุมมองของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวได้อย่างคมคายลึกซึ้งผ่านตัวละครของเจ้าชายน้อยและดอกไม้ซึ่งมีหนามแหลมคมดอกนั้น นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้เป็นที่ประทับใจของข้าพเจ้า ดาวของเจ้าชายน้อยเป็นดวงดาวที่แสนนุ่มนวลเอาใจใส่และเศร้าสร้อย เสมือนโลกในความคิดของคนช่างฝันที่เอาใจใส่ดูแลปัดกวาดความคิดตนเองอยู่เสมอ ในตอนหนึ่งที่เจ้าชายน้อยลาจากกับดอกไม้บนดวงดาวของตนเอง เพราะว่าเจ้าดอกไม้นั้นช่างเจ้าเล่ห์เสียเกินกว่าเจ้าชายน้อยจะเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ในภายหลังเจ้าชายน้อยได้พูดให้นักบินฟังว่า

 

"ฉันไม่เข้าใจอะไรเสียเลยในตอนนั้น ฉันควรจะรู้จักตัดสินเธอจากการกระทำของเธอและมิใช่คำพูดของเธอ เธอทำให้โลกของฉันหอมหวลแจ่มใส ฉันจึงไม่ควรหนีจากเธอมาเลย ฉันควรจะเห็นความอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ้าเล่ห์แสนกลของเธอ ดอกไม้ก็มีอารมณ์หวั่นไหวง่ายเช่นนี้เสมอแหละ ฉันยังเด็กเกินกว่าที่จะรู้จักรักเขา"

 

ข้อมูล

เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince) เป็นนวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ Antoine De Saint-Exupéry (อองตวน เดอ แซง-เตกซูเปรี) นักเขียนชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.๑๙๔๓ อองตวน เดอ แซง-เตกซูเปรี เขียนงานเขียนชิ้นนี้ขณะพำนักอยู่ที่นิวยอร์ก เจ้าชายน้อยถือได้ว่าเป็นหนังสือขายดีติดอันดับโลก มียอดขายถึงปัจจุบันมากกว่า ๕๐ ล้านเล่ม และแปลเป็นภาษาต่างๆจำนวนมาก ในหลายประเทศได้มีการนำเอาเนื้อเรื่องจากหนังสือไปสร้างเป็นการ์ตูน ภาพยนตร์ ละครเวที อุปรากรและการแสดงรูปแบบอื่นๆ

อองตวน เดอ แซง-เตกซูเปรี เป็นนักเขียนและนักบินชาวฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๐๐ มีงานเขียนเป็นจำนวนมากในภาษาฝรั่งเศส อังตวน เดอ แซง-เตกซูเปรีหายสาบสูญขณะบินลาดตระเวนอยู่เหนือน่านฟ้าแอฟริกาเหนือเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๔๔

 

บทสรุป

การอ่านหนังสือเป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งที่มาของความรู้ เพราะผู้ที่เขียนหนังสือย่อมต้องสั่งสมกระบวนการกลั่นกรองข้อมูลความคิด มักเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ตลอดจนผ่านขั้นตอนของการคัดเลือกตรวจทานจากสำนักพิมพ์ หนังสือทุกเล่มจึงมีคุณค่าอยู่แล้ว

นอกเหนือจากนั้นหนังสือยังเป็นแหล่งของความบันเทิงเริงรมย์ และเติมเต็มทางจิตใจได้เช่นเดียวกับศิลปะ หนังสือหลายเล่มที่เขียนด้วยมุมมองของผู้เขียนที่มีต่อโลกอย่างแตกต่างกันไป บางครั้งก็พ้องต้องกันกับมุมมองประสบการณ์ของผู้อ่านทำให้เกิดมีคุณค่าทางจิตใจขึ้น เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้รังสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น เกิดเป็นความดีบ้าง เป็นความงามบ้าง ไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้รับในผลงานชิ้นนี้

ข้าพเจ้าคิดว่างานประพันธ์กับงานศิลปะนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ และเชื่อว่าการเผยแพร่ผลงานศิลปะและงานประพันธ์เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพยุงจิตใจคนในสังคมให้ยังมีความดีงามอยู่ได้

 

บรรณานุกรม

http://olddreamz.com/bookshelf/prince/littleprince.html

http://th.wikipedia.org/wiki/เจ้าชายน้อย

 

 

.......................................................................................................

 

ไม่มีอะไรจะอัพจริงๆ ไม่ค่อยมีอารมณ์ ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีเรื่องจะเขียน ปล่อยให้ร้างๆก็ดูเงียบเหงา เลยเอางานวิชาภาษาไทยมาอัพซะอย่างนั้น เขียนได้ไม่ดีเท่าไหร่หรอกแค่จะหาเรื่องอัพ = = ชอบเรื่องนี้มากถึงแม้จะป๊อปปูล่าอยู่แล้ว แต่ก็เป็นหนังสือที่เราแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนต้องอ่านกัน (ไม่ได้ต้องชอบนะ แค่ต้องอ่าน)

อยากอ่านเรื่องราวของเจ้าชายน้อยทั้งที่อ่านแล้วหรือยังไม่ได้อ่านก็ตาม แต่ขี้เกียจลุกไปหาหนังสือ ไปที่ลิงค์นี้

ส่วนนี่เป็นตัวงานรูปภาพ ออกจะน่าอายยยยย อะเชมมมมม ไม่ค่อยพอใจตรงที่ดูออกเป็นการ์ตูน+ดูโอเว่อ เท่แบบนายเอกนิยายไปหน่อย (สีน้ำก็บุ่ยๆ T3T) แต่ก็ส่งไปในสภาพเช่นนี้เอง

 

petitprince.jpg picture by roxetta

 

 

อ้อจะเล่าว่าเมื่อวันอาทิตย์ได้ไปขึ้นเวทีเสวนาของสมาคมบ้านเรียน homeschool มีแต่คนบอกว่าเราพูดเก่งขึ้น! กี๊ด level up ! รู้สึกครั้งนี้มีอะไรอยากพูดเยอะเลย แต่ดูจากคำถามที่เขาถามมา มีแต่คนยังยึดกรอบระบบว่ายังไงก็อยากจะให้ลูกเข้ามหา'ลัยอยู่ดี ชอบมีคำถามประมาณว่า จะเข้ามหา'ลัยได้แน่เหรอ งั้นๆงี้ ที่จริงทางเลือกมันเยอะกว่าันั้นไง

แล้ววันนี้ไปเดินเล่น มธ. มา รู้สึกบรรยากาศเป็นมหา'ลัยดีโคตร ม.เรามีแต่คนบอกว่า ดีเนอะ ได้เรียนที่นี่ บรรยากาศดี อยากบอกว่าไม่จริง แถมเด็กยังเนิร์ดกว่าที่อื่นอย่างอธิบายไม่ถูก

 

ช่วงนี้แอบคลั่งอุตสาหกรรม BL อย่างแรงกล้า ทำไมยิ่งแก่ยิ่งหนีจากโลกความเป็นจริงวะ ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่

เบื่อการบ้านโมเดวที่สุดในโลกกกกกกกกกก

 

รุ่นพี่มางานแต๊งกัน!

เลาๆว่าจะเป็น แทงโก้ แต๊งกิ้ว อะไรสักอย่าง

ส่วนตัวแอบว่าเห่ย เฉิ่ม เนิร์ดสิ้นดี

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุนมากค้าบ สำหรับลิงค์ จาอ่านดูนะคับ

ปล.บลอคสวยมากๆๆๆอ่ะคับ
ไม่ทราบว่ารุ่นน้องจะอนุมัติค่าเครื่องบินให้รุ่นบินกลับไปร่วมงานแต๊งค์ไหมจ๊ะ



ขอบคุณที่เอามาให้อ่านกัน อ่านแล้วอยากกลับไปอ่านงานเขียนนี้อีกรอบ แต่ว่ามันอยู่ไหนในบ้านกันนะangry smile

#2 By tapum on 2008-08-29 09:51

ชอบ เจ้าชาย

#3 By tiew@fine on 2008-08-29 18:21