จิตป่วย

posted on 09 Jun 2009 23:46 by roxetta

เอนทรี่นี้มีความป่วยจิตแบบรุนแรง และจริงจัง เหมือนจะขำ แต่ไม่ขำนะคะ

 

มีคนเขาบอกไว้ว่า เวลาอับจนหนทางในชีวิต

สุ่มเปิดไบเบิลแล้วมักจะเจอคำตอบ



สิ่งนี้ก็คงเหมือนกัน

แต่เป็นแบบฉบับของฉัน


ทำนายดวงชะตาราศีรายวันใน MSN Space !

มันไม่เหมือนทำนาย แต่เหมือนเป็นข้อคิดในแต่ละวันมากกว่า

แต่ เออ ก็แปลก

ที่ทุกครั้งเปิดดู มันเป็นอารมณ์เราในวันนั้นจริงๆ

หลังๆก็เลย เวลาป่วยใจขึ้นมาเมื่อไรก็เปิดดูซะหน่อย อ่านแล้ว ก็พบคำตอบที่ให้กำลังใจอย่างแปลกๆ

โอว สิ่งลึกลับมีจริง

Your dreams work out quite nicely in your head, dear Capricorn, but the problem now is turning them into some sort of real life scenario. Be careful of taking too much of an intellectual approach. When it comes to relationships, things don't normally happen logically or rationally. You are going to have to leave a great deal up to chance, so just learn to deal with things as they come.


วันนี้บ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว

เจอคำแนะแหนไปนิดเดียวก็ทนไม่ได้ โกรธ โกรธมาก เดี๋ยวนี้โคตรสะเทือนใจกับ 'คำพูด' คน

คือเราแคร์สายตาคนอื่น และไม่มั่นใจมากจนรู้สึกแย่ เวลาที่ใครก็ตามที่มองเห็นเรา ขอโทษหลายๆคน ขอโทษแชมป์ ขอโทษทุกคนที่เราเคยไปด่าว่า นึกว่าดูถูกเรา เพราะว่าที่จริง เราดูถูกตัวเอง จนสายตาบิดเบี้ยวมองเห็นว่าทุกคนในโลกนี้ดูถูกเรา

เพราะไปเจออะไรมาหลายๆอย่างด้วย จนแบบ คนมันไม่มั่นใจอยู่แล้ว เสียเซ้วไปเรื่อยๆ

แบบ โดนอยู่ได้ทุกวัน เวลาเข้าสังคมก็โดนเพื่อนด่าให้แต่งตัวบ้าง อะไรบ้าง บางทีเราเป็นคนช้าๆ ก็โดนรำคาญบ้าง ลืมของซึ่งตัวเราก็เดือดร้อนเองอยู่แล้ว ยังจะมาด่่าซ้ำ ทำตัวเป็นแม่กูอีก จนทุกวันก็พยายามบังคับตัวเองให้เวลาใครถามอะไรมา กูต้องรีบปากไวตอบไปก่อน ตอบช้าก็เอ๋ิออีก

คือเราเคยอยู่บ้านไม่เจอใครมา 5 ปีเต็มๆ เพิ่งมาเรียนตอนม.ปลาย เวลาใครพูดอะไรมา กูก็ช้าหน่อยสิวะ

แต่คือ มันกดดันตัวเองทุกวัน เก็บกดทุกวัน แล้วเก็บทุกคำพูดของคนมาคิดมากทุกคำ แม้แต่คำชมเรายังคิดมากเลยว่ามีนัยอะไร

ช่วงนี้เลยปากจัด

เสียใจ รู้สึก ล้มเหลวในสิ่งที่เคยมองผ่านมา รู้สึกว่า อ่อนแอเกิน

แล้วไม่รู้ว่าจะทำยังไงนอกจากจะพยายามวิ่งตามกระแสคนอื่น เพื่อไม่ให้เขาตำหนิว่าเราอีกต่อไปแล้ว


การเป็นตัวของตัวเอง ไม่เห็นดีเลย ไม่เห็นมีใครเห็น 'ดี' ในตัวเราเลย


พิมพ์ไปร้องไห้ไป ฮ่าๆ



When it comes to relationships, things don't normally happen logically or rationally.


การปฏิสัมพันธ์ มันไม่ logical อะไรเลย

รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่จะโดน แนะแหน จากคนอื่น โดยที่เรายังไม่ทันทำอะไรให้ แค่เราแบบว่า เออ หลายสิ่ง สรุปง่ายๆว่า กูมัน ลูเซ่อร์ นี่เอง

แต่แม่ก็บอก นี่อะ เรื่องแบบนี้มันไม่มียุติธรรมหรอกว่ะ คนก็มีหลายคน มีคนรักก็มีคนเกลียด มันเป็นเรื่องธรรมดานี่เอง

 

(อ่ารู้นะตรงนี้มีคนที่แอบชื่นชมเราอยู่ แต่คนทีชื่นชมเราก็ไม่เคยแสดงออกออกมาให้ชื่นใจเล้ย (อาจเพราะเราคุยไม่เก่ง เวลาเขาชวนคุยเราก็ทำเมินๆ) ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นเพื่อนก็แบบรักวัวต้องผูก เฆี่ยนตีฉันด้วยถ้อยคำรุนแรงทุกวัน รู้นะว่าหวังดี แต่หวังดีโดยการด่ากูทุกวัน ทำให้กูเสียเซ้วทุกวัน มันเป็นคนละตรรกะเวลาที่เราห่วงใยใคร เรามักรู้สึกว่า เออ เพื่อนคนนี้ถ้าเราชอบมันมาก เรารู้สึกว่าเราชอบมันจนยอมรับมันได้ทุกอย่าง แต่อีเพื่อนคนนี้ มันกลับยุให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองเสมอ เพื่อไปถึงสิ่งที่ 'ดี' ในมุมมองของมัน ให้กรูเป็นคนในอุดมคติมึงให้ได้สินะ?

มึงยังเป็นคนในอุดมคติกูไม่ได้เลย กูเคยบอกมั้ย เสื้อมึงตลก เคยมั้ย?

มึงไม่เคยมองเห็นว่ากูพามึงเดินไปช่วยดูของทำงาน รับฟังเวลามีปัญหา ยืนส่งมึง พูดจาคอมฟอร์ตมึงตามฉบับเพื่อนที่ดี ...แต่แค่นี้กูก็ยังดีไม่พอสำหรับมึงใช่ไหม มึงจะให้กูเปลี่ยนทรงผมให้ได้ใช่มั้ย จะให้กูแต่งหน้าให้ได้ใช่มั้ย ...

กรณีเดียวกับแชมป์เหมือนกัน คุยกันก็หลายครั้ง เวลามีเรื่องอะไรก็รับฟัง แต่มาบอกให้เราแต่งตัวยังงั้นยังงี้ 2-3 ครั้งเราไม่ว่าหรอกนะเฮ้ย แต่แบบทุกครั้งที่โทรมา

คุยๆสักพักไม่มีไรทำ ก็วกมาแนะนำเราแต่งตัวอีกแล้ว

เราพยายามเข้าใจว่าชวนคุยนะ แนะนำนะ แต่เราก็ชอบของเราตรงนี้ ทำไมเราต้องเปลี่ยนด้วยอะ มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

แล้วพอเราถามว่ามันแย่มากเหรอ

เสียใจมากๆเลยรู้ปะ เวลาที่พวกเขาตอบกลับมาเล่นๆชิวๆกันว่า เออ แย่ดิ ทำงี้ไม่ได้หรอก ให้เหตุผลมาด้วยนะ หาแฟน/เข้าสังคมไม่ได้

ก็ 2 สิ่งนั้นมันไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิตฉันนี่ ฉันจะเลิกชอบสิ่งที่เคยชอบไปเพื่อสิ่งนั้นทำม้าย ห๊า?

ถ้าผู้ชายชอบเราเพราะทรงผมเก๋ เพราะแต่งตัวแนว 'ดูมีความคิด' ถ้ามันมองตื้นขนาดนั้น เราไม่เอามันมาหรอก คงคุยอะไรหนุนใจไม่ได้ เมื่อคบแล้วมันไม่ได้หนุนใจกัน ฉันก็ว่า เออ อยู่คนเดียวก็สนุกจะตายอยู่แล้ว

นี่คือเราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ถ้าเราจะชอบแต่งตัวแบบนี้ ถ้าเราจะไม่แต่งหน้า ถ้าเราจะชอบดูการ์ตูน มันน่าดูถูกในสังคมขนาดนั้นเลยเหรอ

วันนี้เจอคนแบบไม่ค่อยคุยกันแล้วรู้สึกนิดๆมาตลอดว่าเค้าไม่ค่อยชอบเรา มาบอกว่า "แหม ได้ข่าวมาว่าเป็นโอตาคุนะ" (ก็มีคนในกลุ่มเขามาคุย msn กะเราแล้วเห็นเราโฮกการ์ตูนในชื่อ msn ไง)

โอตาคุในที่นี้ ด่า ชัดๆอะคือว่า ... นะ ความหมายแบบ ...นะ แม่งด่ากูซะเสียหมามาก เหี้ย

สัดดดด มึงเป็นเชี่ยอะไรกับกูนักหนา เหี้ยยยย

กูไปเป็นโอตาคุบนหัวมึงรึไงเชี่ย อีหน้าเชยยยยย เขียนตาให้หนาเหมือนลงหัวม้ายังไงหน้ามึงก็ไม่ดีขึ้นหรอก มีหน้ามาวิจารณ์กู

โกรธมากจนเรารู้สึกแทบหลุดไปแล้ว "เออ แล้วไง แล้วเกี่ยวไรกะเธอ" เอาให้แตกหักไปข้าง แต่สำนึกว่า เออ เผื่อต้องทำงานร่วมกันในอนาคตจะมองหน้าไม่ติด ก็ซวยสิชีวิตมหาลัยของข้าพเจ้า

เฮ่ออออออออออออออออออออออออ ชีวิตฉันนี่มันลูเซ่อมากๆ บัดซบชีวิต เจอวิกฤติไฮสคูลเอาตอนมหาลัยนี่เองเด็กไทยนี่ช่างโตช้า

เกิดมาดันหลงผิดเอ็นติดคณะนี้ แค่ไม่แต่งหน้าก็ผิดแล้ว แค่ชอบการ์ตูนก็ผิดแล้ว พวกมึงน่ะแหละผิดปกติ แล้วเพิ่งหัดโต

ใส่กางเกงเดปกันทั้งคณะยังกะลัทธิเลย เขียนตากันหมดเลย ตามแฟชั่นหัวหกก้นขวิด ตัดหัวไปก็แยกไม่ออกแล้วว่าใคร บ้าบอว่ะ!

 

แล้วอีคนที่มาคุย msn นี่เพื่อเอาข้อมูลไปบอกคนอื่นก็นะ ... บัดซบจริงๆ เวลาฉันคุยกับใครจริงใจตลอด ไม่เคยนึกเลยว่า สังคมผู้หญิง มันเลวร้ายกันขนาดนี้นี่เอง

หน้าฉันหงิมไง ใครก็คิดว่าพูดอะไรกับฉัน ยังไงฉันก็ไม่กล้า ยังไงฉันก็ติ๋ม นางเอกตลอดค่ะ ซิกๆ

ลองเอาจริงดิ เราว่าเวลาเราวีนแตกขึ้นมาในชีวิตจริง เวลากูอยากพูดจาทำร้ายใคร เวลาไม่สบอารมณ์จริงๆ กูพูดจาโหดกว่ามึงมากเหอะ แต่ปกติไม่ทำเท่านั้นเอง

เราก็เลยเป็นคนแบบ ถ้าไม่อดทนไว้ล่ะก็ ระเบิดทีแล้วพูดจาทารุณคนอื่นมากมาย ...เพราะถ้ายังทนถูกเอาเปรียบไหว เราก็จะทนหัวเราะเอ๋อไป ไม่อยากไปพูดจาแบบแนะแหนไปแนะแหนมา เพราะไม่ชอบการพูดจาแบบนั้นอะ ไม่ชอบมากๆ

ไม่ชอบคำพูดหลอกด่า ไม่ชอบลอบกัด ไม่ชอบโยนมุขตลกทำร้ายจิตใจใคร เพราะพวกนั้นมันขี้ขลาด แน่จริงก็ด่าเรามาตรงๆเลยดิ

อีคนพวกนี้ทำร้ายคนอื่นมันสนุกมากใช่ไหม บันเทิงมากงั้นสิ ทำแล้วพอใจ

มีความสุขมากที่ได้แสดงด้านร้ายออกมาในชีิวิตคุณหนูของพวกหล่อนบ้าง นังมีนเกิน!

 

เฮ้ยแล้วแบบ ถามทุกคนที่เคยเจอเราตัวจริงหน่อย คือแบบ สภาพหนังหน้า สภาพแต่งตัวเรามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ? เอาจริงๆ เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้ดูแย่อะไรขนาดนั้นเลยอะ คือมีผู้ชายชอบเราบ้างอะ เท่าที่รู้มาอะนะ อะ พูดตรงๆเลย

ไม่ได้มั่นใจเว่อ แต่แบบเราก็ไม่ได้ออกแนวเนิ้ดปฏิเสธสังคมขนาดนั้นนี่นา ก็เป็นคนธรรมดาไม่ได้ประหลาด แย่ ไม่ดูแลตัวเองอะไรขนาดนั้น

คิดเสมอว่าพวกที่มองเราแย่มันไม่มีรสนิยมเอง ฮ่าๆแล้วคือแบบพวกมึงแต่งตัวบูติกกันมาก ไปที่ไหนไม่เห็นมีใครบูติกเท่าคณะนี้ ม.นี้อีกแล้ว

 

การเกิดเป็นคนนี่มัน แบบ ไม่ใช่แค่เอ๋อไปเอ๋อมาก็อยู่ได้

ไร้เดียงสาตลอดไปไม่ได้หรอก

แต่เราก็ไม่สามารถกดดันตัวเองตามกระแสอีกต่อไปได้เหมือนกัน คือไม่รู้จะทำตัวยังไง ไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา

ไม่รู้จะทำยังไงดี ฮ่าๆ เสียใจจัง ช่วงนี้ทำตัวแย่ ด่ากราดทุกคนเหมือนหมาจนตรอก คนมันจิตเสีย

อยากอารมณ์ดี แล้วอยู่ในท่ามกลางที่ดีๆเหมือนเมื่อก่อน

ถึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาฉันมันอ่อนนัก





แต่ว่าวาดสาวมากเกิน เมื่อคืนหลับฝันไปว่าตัวเองเป็นเลสกับเพื่อนสนิทซะอย่างนั้น ฝันว่ารักมาก แต่คู่ของเราหักหลังเราอย่างร้ายกาจ โดยเอาเรื่องที่เราเคยเล่าให้ฟัง เอาความลับ ความไว้ใจของเราไปทำเป็นเรื่องตลกเล่ากับคนอื่น แล้วเชิดหนีเราไปคบกับคนนั้น มีหน้าหันกลับมาหัวเราะเยาะใส่ด้วยนะ

เศร้า ฮ่าๆๆๆ ช่วงนี้จิตป่วยจนแม้แต่ฝันยังไม่ค่อยมีดีๆ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เหอะๆ เล่าซะเข้าใจอารมณ์..เห็นภาพเลย
เจอแบบนี้ก็คงเซ็ง
บางเวลาก็ใช้โหมดหูทวนลมไป....

#1 By wesong on 2009-06-10 10:33

โอ๋ ... จริงๆเราก็ว่าไม้หอมไม่ได้แต่งตัวแย่หรืออะไรเลยนะ .. (หรือเราก็เป็นเหมือนกันวะ?)

#2 By soundsyndrome on 2009-06-10 21:03

โดนว่าว่าแต่งตัวแย่เช่นกันเลยopen-mounthed smile รู้สึกประมาณว่าชั้นแต่งตัวอย่างงี้แล้วไปหนักอะไรหัวคุณ เหมือนกันค่ะ

สู้ๆค่ะ อย่าไปใส่ใจกับคำพูดของคนแบบนั้นเลยค่ะ

เราทำแบบที่เราสบายใจดีกว่าเน้อออdouble wink

#3 By ~|\/| i r i O ~ * - * on 2009-06-10 23:23

แสดงว่าคุณเห็ดไม่ได้หลงเข้าไปอยู่ในโลกของการโฆษณาไงครับ surprised smile ดีออกนะที่คนเรายังต่างกัน และเลือกที่จะเป็นตัวเองเพราะสบายใจมากกว่า

ถ้าใครสักคนแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากนิตยสารเป๊ะ แต่นั่นเป็นสิ่งที่เลือกเองของเขา มันก็ดีแล้วครับ

แต่การตัดสินคนอื่นว่า แบบนี้ดี แบบนี้ไม่ดี ผมคิดว่าการตัดสินนั้นไม่มีอยู่จริง มีแต่การคิดไปเองของคนๆ นั้น ที่คงจะถูกโฆษณาในโลกบริโภคนิยมดูดกลืนความคิดมากเกินไป มันเป็นความไร้เดียงสาของเขาน่ะครับ

ไม่ได้จะบอกว่าคนเราไม่มีการตัดสินเลยว่า ดูดี หรือดูไม่ดี แน่นอน มันมีอยู่แน่ๆ สิ่งนั้นก็คือความมั่นใจและความสุข ผมจำได้ว่า ดรูว์ แบรีมอร์ เคยพูดแบบน่ารักมากๆ ว่า "ฉันไม่เคยเห็นใครที่มีความสุขอยู่แล้วไม่สวยงามเลย"

ถ้าเรารักตัวเองมากๆ เราก็ย่อมจะดูสดใสน่ารัก ไอ้เรื่องจุกจิกแบบพวกแฟชัน มันเป็นอะไรที่ข้างนอกมากๆ ถ้าเราทำท่าเหมือนเรามั่นใจในตัวเอง คนอื่นก็จะมั่นใจในตัวเรามากขึ้น อาการที่อยากจะสอนอยากจะสั่งมันก็หดลงไปเอง แต่ถ้าแววตาเราตอบเขากลับไปว่า "อืม ฉันมันแย่มากสินะ" ไอ้ัวังวนแห่งการแนะนำที่ทำให้เรารู้สึกเฟลนั้น มันก็คงจะวนมาไม่จบสิ้น มันเป็นอัตโนมัติด้านจิตวิทยา ผมคิดว่าแบบนั้นนะ

เผอิญว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผม เป็นเรื่องที่เคยคุยกับเพื่อนอยู่บ้าง ก็เลยอยากแชร์ความคิดนี้กับคุณเห็ดทีเ่ผอิญพูดเรื่องเดียวกัน

อันนี้เริ่มนอกเรื่องนะ แค่อยากเล่า ยังมีสังคมอีกกลุ่มที่ผมเคยเจอ ที่ชื่นชอบการตัดสินเสื้อผ้าหน้าผมมากๆ แล้วบ่อยครั้งก็จะตัดสินว่าสิ่งที่เธอแต่งนั้น "ผิด" แต่คนกลุ่มนั้นจะไม่เอ่ยปากพูดออกมาว่า "เฮ้ย แต่งใหม่เหอะ" แต่จะมองเหยียดหยามอยู่ไกลๆ แล้วก็ทำเหมือนว่า "เราไม่มีทางเป็นพวกเดียวกันได้หรอกนะนังไพร่" sad smile ไร้สาระปานนั้น...

ผมคุยกับเพื่อนของผมว่า วิธีแก้อาการดูถูกของคน ก็คือเรามั่นใจในตัวเอง ไม่ใ่ช่มั่นแบบว่าฉันเปรี้ยวเริ่ดอะไรแบบนั้น แต่ต้องไม่ตำหนิตัวเองในใจ ต้องมีความสุขให้ได้ เพราะแ้้ม้เราจะไม่พูดออกไป แต่ออราของความคิดในตัวเรา มืดหรือสว่างก็ตาม มันแผ่ไปถึงคนอื่นได้ แม้เขาจะไม่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวทั้งสองฝ่าย

ถ้าเขาพูดมาตรงๆ ก็เราตรงกลับไปก็ได้ว่า "เราไม่เป็นไร เราชอบแบบนี้จริงๆ ตอนนี้แฮปปี้ดีมั่กๆ" ถ้าเราดูสบายใจจริงๆ เขาอาจจะเริ่มชะลอความคิดแบบอัตโนมัติที่เขาเคยมีลง แล้วเริ่มสะดุดคิดว่าความเชื่อของเขามันอาจจะไม่เป็นอะไรที่ถูกต้องหรือจริงจังเว่อร์อย่างที่เขาเคยเชื่อก็ได้

อีกอย่าง มัธยม มหาลัย ผมจบมาด้วยความรู้สึกว่ากูไม่ได้อะไรกับมึงทั้งสองที่ ก็เลยพูดได้ว่าระหว่างที่อยู่กับมันทรมานอยู่บ้าง (กับสิ่งที่ไม่ชอบ) แต่มันไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ทนสักหน่อยแล้วก็บ๊ายบาย (เพื่อไปพบปัญหาอื่นที่อื่นต่อ) (...คิดในแง่ลบไปป่าวไม่รู้) แต่ชีวิตของเรามีค่าทุกๆ วินาที ชีวิตระหว่างนี้ (และทุกๆ ช่วง) ก็ต้องมีความสุขให้มากที่สุด มันก็ยากอยู่เนอะ แต่อย่างน้อยก็เรียกว่าเป็นแนวทางในการวางแผนที่จะก้าวเดิน (สำหรับผมน่ะนะ) ทำได้มากน้อยก็ว่ากันไป (สรุปย่อหน้านี้ง่ายๆ ว่า มาเป็นโอตาคุกันเถอะ ฮ่าๆๆ ฮิ้ว~)

จริงๆ แล้วกลัวเหมือนกันว่าถ้าเม้นต์ไปซื่อๆ ตามที่คิด คุณเห็ดจะอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบอะไรในเม้นต์นี้รึป่าว แต่ว่า งืม แค่อยากบอกว่า แม้จะไม่เคยเจอกันตัวๆ แต่ผมมั่นใจว่าุคุณเห็ดไม่ได้ดูแย่แน่ๆ ไม่ว่าจะเห็นคุณเห็ดแต่งตัวแบบไหน ก็คงไม่ได้ดูน่าเกลียดแน่ๆ เลย ผมมีทั้งเพื่อนที่แต่งตัวเยอะและไม่แต่งเลย ผมคิดว่าทุกคนมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง และไม่มีการชั่งน้ำหนักกันได้ว่าใครดูแย่กว่าใคร (แต่ก็ต้องเข้าใจและปลงว่าทุกๆ ที่ในสังคมชอบการชั่งน้ำหนักนี้มาก เพราะทุกคนยึดทีวีเป็นสรณะ เลยมั่นใจกันมากๆ ว่า การผิวขาวแล้วดีเป็นข้อเท็จจริงเสมือนพระอาทิตย์ย่อมตกทางทิศตะวันตก)

ดูเป็นเม้นต์ที่ระเบิดยาวมาก ถ้าอยากจะลบก็ได้เลยนะครับ ผมไ่ม่โกรธจริงๆ นะ เพราะปกติผมก็เป็นคนอ่อนไหวกับคอมเมนต์เหมือนกัน แค่รู้สึกอยากแชร์ความคิดเฉยๆ และอยากให้คุณเห็ดมีความสุขมากๆ ด้วยครับ surprised smile



ปล. "ตัดหัวไปก็แยกไม่ออกแล้วว่าใคร" << อันนี้ตลกอย่างจริงจังฮะ ฮ่าๆๆๆ
อืม ไม่ได้ว่าอะไรคุณลีเวดนะคะ ก็ดีแล้วที่มีคนมาช่วยใส่ใจสถานการณ์ต่างๆที่เรามาบ่นในที่นี้ แชร์ประสบการณ์ความคิดที่ไม่ต้องเหมือนกัน แต่บางทีเราก็อ่อนไหวบ้างอะไรบ้าง

บางทีความอ่อนไหวมันก็มีเรื่องดีของมัน บางทีมันก็มีเรื่องงี่เง่ายังงั้นยังงี้ขึ้นมา เพราะจริงๆความคิด ความรู้สึกเราก็ยังไม่โตเต็มที่อะ

ขอบคุณซะอีกที่ตั้งใจตอบคอมเม้นยาวขนาดนี้อะค่ะ

ส่วนสถานการณ์ของเรา อธิบายไม่ถูกจริงๆว่าัมันเป็นยังไงเวลาอยู่ในที่ที่ทุกคนต่างมั่นใจตัวเองกันมาจากแต่ละที่ แล้วทุกคนถือดีว่าตัวเองมี taste กันมากมาย แล้วในห้องมีเราคนเดียวจริงๆที่ไม่แต่งหน้า ไม่นับผู้ชาย (แต่ตัดหัวออกก็แยกไม่ออกเลยจริงๆนะ)

ีเราก็มั่นใจตัวเองว่าเราดีนะ

แต่กับ 'เพื่อน' เราคิดว่าเราอยากจะเป็นที่ยอมรับของเขาในความที่เป็นเรา ในเมื่อเขาไม่ยอมรับเราเสียที (แต่เขาก็ยอมรับเราในด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นความดีที่เราอดทนทำมา)

มันน่าเศร้าจริงๆเลย sad smile ... แต่ก็หายแล้วแหละ เรามีวิธี deal กับมัน (เหมือนที่ msn space บอก open-mounthed smile) ในที่สุดอะ double wink

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเรามันไม่จมปลักกับปัญหาไปตลอดหรอก ... แต่ก็ขอบคุณมากๆที่เป็นห่วง ขอบคุณจริงๆอะค่ะ surprised smile

#5 By เห็ด rosy on 2009-06-13 20:14