Kill la Kill : สังคม mean girls

posted on 26 Nov 2014 11:42 by roxetta directory Cartoon
 
สวัสดี เราเพิ่งดู Kill la Kill จบ
เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว
 
ชอบนะ ชอบๆ แล้วก็เพราะรู้ว่าผู้กินกับ อิมาอิชิ ฮิโรยูกิ รวมถึงทีมงานเคยผ่านงานในดวงใจใครหลายๆคน รวมทั้งเราด้วย เรื่อง Tengen Toppa Gurren Lagann มาก่อน มันก็อดไม่ได้ที่เค้าจะเอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องเก่าๆนั้น
 
ยอมรับเลยว่าดูตอนแรกๆด้วยความรู้สึกคาดหวังงานใหม่ๆ จากทีมงานเดิมๆ แต่มันก็กลับเป็นว่าดูดร็อปๆไปจาหกุเรนลากันจริงๆ ตอนแรกๆรู้สึกว่ามันเป็นส่วนผสมระหว่าง TTGL + Panty & Stocking with Garterbelt
 
แต่จริงๆก็ไม่ถึงขั้นผิดหวัง ถือมันเป็นการ์ตูนที่เอนจอยมากเวลาดู เหมือนที่เราชอบงาน Morinaga Ai อ.แกไม่ต้องเปลี่ยนแปลงคิดมากอะไรเราก็ขำมุขแบบของแกได้เสมออะ มันเป็นจริตที่ตรงกันไปซะแล้ว
 
ปรากฏว่าพอดูจบเราเข้าใจเลยว่าเพราะว่าค่าย Trigger ไม่ใช่ค่าย Gainax เราค่อนข้างเห็นสิ่งที่เรียกว่า การพัฒนา(?) ไปในแนวทางของ Trigger อย่างเห็นได้ชัด ตรงที่ Kill la Kill ลงมาติดดินลง เป็นอนิเมธรรมดาลง ไม่มีความล้ำเกินเข้าใจแบบสมัย FLCL ไม่ถึงขั้นตำนานแบบ Gurren Lagann ไม่แนวจัดตกขอบแบบ Panty & Stocking แต่เป็นแค่อนิเมฉายทีวีธรรมดาๆ ที่รวมรวมลายเซ็นเรื่องเก่าๆไว้ โดยยังมีสิ่งที่เป็นธรรมเนียมเหมือนเดิมๆ ในกลิ่นอายของทีมงานเดิม เราว่าเป็นอนิเมที่ตบงานเก่าๆ ของฮิโรยูกิรวมรวมทั้งหมดมากลั่นใหม่ได้ตกผลึกดีนะ ถึงจะเรียบลงบ้าง แต่ก็ถือว่าดูสนุกอยู่น่ะ
 
เราเห็นคอมเม้น (และตัวเราเอง) ก็เทียบเรื่องนี้กับกุเรนลากันน์ มันก็ต้องดร็อปลงแน่ๆอยู่แล้ว แต่เราว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ควรเทียบกับกุเรนลากัน แต่ควรเทียบกับ P&S มากกว่า เพราะส่วนตัวคิดว่ามีคอนเซ็ปต์ของเรื่องค่อนข้างคล้ายกันมาก ซึ่งพอเทียบกับเรื่องนี้เราว่ามันถูกตบเข้าที่ได้ดีขึ้นมากกกกกก
 
เราดู P&S จบ บ่องตงว่าเหมือนจะนึกออก เหมือนจะนึกไม่ออก ว่าเรื่องหมายถึงอะไร รู้แต่พยายามสื่อแนวอุดมคติของผู้หญิงมาในสัญลักษณ์ของ Angel ที่เราคิดว่าผู้หญิงในสายตาผู้ชายนี่มันคงเหมือน Sex & the City สินะ มีอุดมคติเรื่อง sex เรื่องการแต่งตัว ความรัก อะไรไป เสนอออกมาในรูปแบบที่อิง Power Puff Girl เราคิดว่า P&S ยังเป็นการทดลองแนวใหม่ในช่วงขาขึ้นตอนนั้น เพราะทดลองมากนี่แหละ มันก็บ้าดี แต่มันก็ขาดความสนุกที่ควรจะเป็นสำหรับอนิเมะญี่ปุ่นควรจะเป็น เหมือนดูผลงานทดลองของผู้กำกับแกเฉยๆ คนจะดูหรือชมก็แค่เพราะมันแปลกดี
 
คือที่เรามาพิมพ์ในนี้เพราะขัดใจตอนเห็นคอมเม้นสำหรับคนที่เปรียบเทียบกับกุเรนลากัน เราไม่ขัดใจตรงเขาเปรียบเทียบกันหรอก แต่ขัดใจคอมเม้นประมาณว่า "ที่มันผิดดจริงๆ ก็เพราะเอาคาแรคเตอร์ผู้หญิงมาบู๊กันแต่แรก มันก็เลยมันส์ไม่ถึงที่สุด" เรามีความเห็นแย้งอย่างมากๆเลย
 
เพราะเราคิดว่ายังไงเรื่อง Kill la Kill ตัวเอกต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น เพราะดูจนตอนจบเราเก็ตเลยว่าเรื่องทั้งหมดนี้คอนเซ็ปต์คือชีวิตของเด็กผู้หญิง
 
ถ้า TTGL หมายถึงการเรียนรู้ที่จะเติบโตของเด็กผู้ชาย Kill la Kill ก็คือการเรียนรู้ที่จะเติบโตของเด็กผู้หญิงนั่นแหละ
 
เราคิดจะลองแปลหลายๆ สัญลักษณ์ที่โผล่มาในมุมมองเราล้วนๆให้ฟังนะ
 
 
------------------ ***เนื้อหาต่อไปนี้มีสปอล์ย ถ้ายังดูไม่จบ ปิดไปก่อนจ้า ค่อยมาอ่านต่อนะ*** ----------------
 
 
เช่นเรื่องเครื่องแบบชุดนักเรียน ริวโกะเหมือนตัวแทนของเด็กที่แต่งตัวผิดระเบียบ ชีวิตก็ผิดแปลกไปจากเด็กผู้หญิงทั่วไป ก็เลยมีคาแรคเตอร์ที่ทอมบอยหน่อยๆ นุ่งกระโปรงสั้นแสนสก๊อยแสดงความเป็นขบถจากแบบ 'เด็กผู้หญิงที่ดี' จะต้องต่อสู้กับการไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมโรงเรียน
 
การแต่งกายสำหรับผู้หญิงแล้วถูกสื่อมาในแบบทั้งบอกสถานะทางสังคม ความคิดอ่าน หรือสิ่งที่บอกเล่าเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น เช่นชุดโป๊ไม่ได้ฆ่าใครตายแต่ก็เท่ากับเป็นคนไม่ดีไปซะแล้ว บางชุดผู้หญิงแต่งแล้วรู้สึกมั่นใจมีพาวเวอร์ในวันนั้น บางชุดก็ทำให้ไม่มั่นใจอย่างไร้สาเหตุ เอาเป็นว่าการแต่งกายคือชีวิตของผู้หญิงนั่นแหละ
 
ฉากต่อสู้ต่างๆ อาจจะสะท้อนถึงการแข่งขันในสังคมเด็กผู้หญิงโรงเรียน นำเสนอเป็นรูปแบบมันส์ๆ
 
เราชอบการที่มีแบ่งระดับดาวของชุด เพื่อจะกำหนดสถานะของครอบครัวด้วย เหมือนโลกของเด็กม.ปลายจะเข้าใจอย่างนั้นน่ะ ว่าถ้าเราเรียนไม่เก่ง เป็นเด็กเกชั้นปลายแถว เราก็จะเข้ามหาลัยดีๆไม่ได้ สุดท้ายแล้วเราจะนำพาสถานะดีๆมายังครอบครัวเราไม่ได้ ไม่มีงานดีๆทำ ครอบครัวของมาโกะเด็กไร้ดาวจึงต้องอยู่ในสลัม
 
สัญลักษณ์เรื่องแม่นี่ก็น่าคิดนะ เรารู้สึกว่าไม่ใช่แค่เพื่อให้พล็อตหักมุมเฉยๆ ไม่รู้ตัวเองคิดมากไปป่าว แต่เราว่ามันก็แอบสื่อได้ว่ามีช่วงวัยหนึ่งที่เด็กผู้หญิงจะต่อต้านแม่น่ะ (เอาดาบแทงแม่แล้วเขวี้ยงลงพื้นอะไรยังงี้ แร๊งงง) แอบคิดไปว่าในตอนสุดท้ายก็หลุดจากการอยู่ใต้มุมมองสั่งสอน+กดดันของผู้ใหญ่แล้วก็เติบโตไปมีมุมมองและจุดยืนเป็นของตัวเอง
 
part สุดท้าย(หรือตอนพิเศษ?) ตอนจบการศึกษา เราว่าเป็นมุมมองลึกซึ้งดีนะ โฮววววว ที่สื่อว่าซัทสึกิมีตัวตนที่คนจดจำในรูปแบบของประธานนักเรียนสุดร้ายกาจติดความทรงจำของนักเรียนเก่าไป ในฐานะติ่งท่านซัตสึกิมันแซ้ดจริงๆเลยนะครัชพี่น้อง
 
ทำให้รู้มุมมองใหม่ว่า จริงอยู่ที่สังคมโรงเรียนอาจจะเป็นเรื่องยากของเด็กที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน ในขณะเดียวกัน เด็กที่เก่งในโรงเรียนก็รู้สึกกลัวที่จะก้าวขาออกจากโรงเรียนเหมือนกัน เราไม่รู้จะไปเจออะไร และที่เราเคยประสบความสำเร็จเราจะทำได้ในโลกความจริงได้จริงๆไหม ความทรงจำที่เพื้อนๆในโรงเรียนมีต่อเราก็ติดเขาไปตลอดชีวิต การที่ซัทสึกิตัดผม (ทรงเด็กผู้หญิงที่แสนเพอร์เฟ็ค) ออกไป ก็รู้สึกว่ามีความหมายมากมายเหมือนกัน
 
เราว่าอะนิเมะเรื่องนี้ยังคงความยอดเยี่ยมเรื่องสัญลักษณ์ในแบบของ Gainax มากจริงๆ เราชอบเรื่องนี้ตรงแนวความคิดรอบคอบ ไม่อวยฝั่งใดฝั่งหนึ่งแบบ P&S โดยเฉพาะกับคาแรคเตอร์ซัตสึกิ ในโฉมหน้านักเรียนที่ทำหน้าที่แบบที่โดนกดดันจากผู้ใหญ่ ดูเป็นเด็กดี จริงๆ แล้วเด็กผู้หญิงทุกคนก็มีความปรารถนาของตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ
 
Kill la Kill นำเสนอรูปแบบของเด็กสาวม.ปลายในญี่ปุ่นผ่านตัวเอก 3 แบบ เป็นเด็กขบถแบบริวโกะ เด็กเพอร์เฟ็คแบบซัตสึกิ หรือเด็กไร้ดาว(ไร้สติด้วย)แบบมาโกะ ที่สุดท้ายแล้วจะเติบโต เมื่อพ้นจากวัยเครื่องแบบชุด sailor ก็โตกลายเป็นหญิงสาวที่เป็นตัวของตัวเองได้พอๆกัน ไม่จำเป็นต้องกังวลสายตาหรือแรงกดดันจากใครๆแบบตอนม.ปลายเลย
 
ยังคงเป็นงานที่มาจากมุมมองแสนจะแมนของผู้กำกับฮิโรยูกิ อย่างที่เคยบอกใน Panty & Stocking with Garterbelt ว่าเป็นผู้หญิงอะ มีหน้าที่ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลก็พอแล้ว ไอ้เรื่องที่จะเลี้ยงดูและซัพพอร์ตอะให้มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายเอง
 
อาดิโอ๊สคุณย่า!! /ขี่ช็อปเปอร์จากไป
 
-------------------------
 
อยากบอกเล็กๆ
 
- เราเป็นติ่งท่านซัทสึกิแหละ จริงๆก็ชอบทั้ง 3 ตัวละคร แต่ซัทสึกิเป็นตัวละครที่ลึกดี เท่มากด้วย มีความรู้สึกถูกผิดในแบบของตัวเองที่สุด (ต้องเป็นผญราศีมังกรแน่ๆ) /กรีดร้องพร้อมชูป้ายไฟ
 
- ชอบอิเซนเค็ทสึ เป็นแค่ชุดจะเสียงหล่อไปไหน ชอบอ.ที่เป็นนู้ดดิสบีช ทุเรศจริงๆ หัวนมส่องแสง Innocent น่าหงุดหงิดจนชอบเลยเนี่ย
 
- แต่นูดดิสบีชในเรื่องนี่มีทำไมเนี่ย ไก่อ่อนสวดๆ Frown
 
- แอบอ้วกกะหลายๆฉากที่เซอร์วิสลูกสาวกะแม่ อันนี้เป็นประเภทเซอร์วิสที่รับไม่ด้าย บอกกับตัวเองงงง ผิดศีลธรรม ; 7 ;
 
- เรื่องการนำเสนอ วิธีดำเนินเรื่อง พล็อตนั่นนี่นู่นโน่น เราขออวยว่าไม่ได้ดรอปลง ยังแฟนตาซีดีเหมือนเดิม แต่อย่างเดียวที่เราว่าแอบดรอปลงคือองค์ประกอบภาพ สไตล์อะนิเมตคีย์ยังดีเหมือนเดิม มันส์เหมือนเดิม (ก็ดรอปลงมาในขั้นการ์ตูนอะนิเมะทั่วไปบ้าง) แต่องค์ประกอบภาพหลายๆฉากเราว่ามันน่าจะละเอียดหรืออลังกว่านี้ได้อีกน่ะ จากผลงานที่ผ่านๆมา
 
สรุปคือฉากมันไม่สวยอะ เข้าใจน้องหน่อย ปกติงานดิบแต่ก็เต็มที่กว่านี้
 
- ดีใจมากที่ไม่มีคนตายเป็นเบือแบบเรื่องกุเรนลากัน ฮืออออออออ
 
- เราไม่ได้ดูงานค่ายไกแน็กซ์เยอะอะไร ส่วนใหญ่ดูแต่งานดังๆ ก็ของคุณฮิโรยูกินี่แหละ เรารู้สึกงานเขา (หรือไกแน็กซ์) คิดเยอะเรื่องแรงขับดันทางเพศนะ สื่อสารแนวๆนี้ออกมาซะเยอะ อย่าง FLCL เราดูเป็นเรื่องแรก ถึงจะดูไม่รู้เรื่องเราก็รู้สึกได้เลยมันก็สื่อถึงแรงขับแบบฟรอยด์อยู่อะ หลังจากนั้นเป็นต้นมาดูผลงานค่ายนี้ก็ยิ่งรู้สึกแรงขับนี่เป็นประเด็นหลักเลย
 
อ้างอิง :
 
ทั้ง TTGL, P&S และ Kill la Kill จะมีตัวเอกที่เป็นพวกมีแรงขับ Id สูง ตัวร้ายมักจะส่ง Superego มาขัดขวางกดขี่บ่อยๆ
 
- หวังว่าผู้กำกับจะทดลองกับเรื่องเด็กผู้หญิงหนำใจพอแล้ว แล้วก็ช่วยกลับไปทำเรื่องเด็กผู้ชายเหมือน FLCL อีกที (ถึง FLCL ยังไม่ได้เป็นผลงานกำกับของฮิโรยูกิ แต่เราก็อยากดูเรื่องสไตล์นี้อีกนะ อยากดูจนกว่าจะเข้าใจ) เราเหนื่อยกะแนวเซอร์วิสเว่อวีว่าแบบนี้แล้วอะ แต่ทำมาอีกก็ดูอีก ฮาาา ทำมาเห๊อะ รักษาตัว อย่าตาย แล้วก็ผลิตงานออกมาเยอะๆนะจ๊ะ
 
 
 
แบ่งปันมาชื่นชมบร๊ะลานุภาพของท่านซัตสึกิ เพลงตีมเธอแมนดีจริงๆ
 
 
 
 
 
เพลงของมะม้า เพราะดี
 
 
 
 
ชอบเพลงนี้ของมาโกะด้วย
 
 
เวอชั่นจริงถูกลบเพลง เอาเวอชั่น Creepypasta ไปดูนะ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อนิเมะเรื่องนี้สนุกมากครับ เคยมีคนวิเคราะห์เรื่องนี้อีกแง่นึงในพันทิป แต่ในเอนทรี่นี้น่าสนใจดี 
ป.ล. ชอบเพลง OST. ของขุ่นแม่ราเกียวมาก ๆ เลยแฮะ ฟังกี่รอบก็ไม่เบื่อ

#1 By 121 on 2014-11-26 18:38