สวัสดีตัวเธอ
 
ดูเรื่อง Whiplash มา
ไม่รู้จะเล่าว่าชอบอะไรยังไง แต่นึกถึงอดีตที่เลือดออกตาได้ดีทีเดียว ฮ่าๆๆ โอ๊ยเจ็บๆๆๆ ดูไปก็นึกถึงเรื่องที่เคยที่พูดถึงทีไรก็น้ำตาไหล นึกถึงทีไรก็ยังเจ็บ ฮา
 
สองตัวละครแสดงได้ดีมาก บี้กันนัวมันส์มาก เราชอบคุณ JK. Simmon คนที่เล่นเป็นอ.ด้วย (ทำให้นึกถึงอ.คนนึงมากๆ ทุกวันนี้ยังกลัวที่จะเจอหน้า ฮาาา) ชอบบทความร้ายกาจยิ่งใหญ่ที่เหมือนภูเขาอุปสรรคลูกโตในรูปแบบของคนธรรมดา
 
คนธรรมดาแบบเราๆ มีอีโก้มีความร้ายกาจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเจ็บมีอาย มีความลับ มีจุดอ่อน มีน้ำตา
 
เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา แต่ในที่สุดก็คือคนธรรมดา
 
มารู้ผลเอาวันก่อนเองว่าได้รางวัลสมทบยอดเยี่ยม ดีใจด้วยมากๆ 
จริงๆพระเอกก็เล่นได้ยอดเยี่ยมมากนะ แต่เราว่าบทของอ.ดูมีมิติที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนลึกดี (คือซับซ้อนมากจนแสดงออกมาในแบบธรรมดา ที่จริงบทอ.ก็ส่งมากๆ) สุดท้ายในความเป็นอาจารย์ที่โหดร้าย นั่นคือจิตวิญญาณของความเป็นอาจารย์ที่แท้จริง ที่ใจจริงก็เฆี่ยนตีถ่านเพิ่มแรงกดอัดให้เป็นเพชรจริงๆ 
 
 
+++++++++++++++++++ พื้นที่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง ++++++++++++++++++++
 
- เราชอบประโยคที่ตัวเอกน้องแอนดรูว์ที่เคยเป็นเด็กหงอๆ อะไรก็ได้ ในที่สุดก็บันดาลโทสะว่า "I've earned it" ออกมา มันทำให้เรามีอารมณ์ร่วมว่ะ ทำให้รู้ว่าแอนดรูว์ต่างจากคนอื่นตรงนิสัยเสียๆที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นี่แหละ ไม่ใช่พวกที่ยอมรับโชคชะตาเพราะเขารู้ว่าเขาทำมันอย่างหนัก แล้วเขาก็สมควรได้ในสิ่งที่เขาอยากได้
 
- ความโหดร้ายที่โลกศิวิไลซ์มองว่าเป็นการ abuse จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ ถูกหรือผิด ที่แน่ๆมันเหมาะกับคนที่แข็งจริงเท่านั้น
 
- ดูไปสยองไป บีบคั้นจิตใจ เลือดสาด เหมือนตอนดู Black Swan แตกต่างที่ Black Swan ทำเราสยองขวัญจนไร้ความรื่นรมย์กับหนังไปเกือบสิ้นเชิง ให้ความรู้สึกเจ็บปวดเมายา และรู้สึกผู้หญิงอยู่ under มากไปจนเราไม่ชอบเรื่องนั้นเลย T T ในขณะที่ Whiplash มีเพลงเพราะๆ บีทสนุกๆ การเอาคืนอย่างสะใจสร้างความรื่นรมย์เป็นพักๆ ออกมาด้วยความรู้สึกถึงชัยชนะที่ไม่ดราม่ามาก
 
- เราชอบรายละเอียดบทที่ให้น้องแอนดรูว์เป็นเด็กติดพ่อ มันบอกไม่ถูกดีน่ะ เหมือนน้องจะหัวอ่อน แต่จริงๆ เด็กที่ติดพ่อแม่อย่างแอนดรูว์นี่เองที่อาจจะทำให้แข็งพอจะหลายเป็นเพชร (กลับไปกอดพ่อ แล้วถึงกลับมาไฝว้กะอีโรคจิตเฟลตเชอร์ใหม่) ไม่ได้หมายถึงคนที่จะประสบความสำเร็จหมายถึงคนที่เข้มแข็งเสียเหลือเกิน แกร่งตลอดเวลา แต่เป็นคนธรรมดาที่อดทนมากพอ และเมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้วก็กล้าพอที่จะแสดงสิ่งที่ตัวเองมี
 
- ชอบที่เฟลตเชอร์ชอบใช้วิธีทำเป็นตีซี้ล้วงความลับเด็ก แล้วเอาจุดอ่อนนั้นมาเฆี่ยนตีเด็กทีหลัง คือแม่งเหี้ยมาก ฮ่าาา แต่ก็มีคนแบบนี้จริงๆนะ เยอะด้วย (ชอบทำตีซี้ล้วงความลับชาวบ้าน เพื่อเอามาเล่นงานต่อหน้าคนอื่นๆ ต่อหน้าที่ประชุม อะไรงี้) ความร้ายเหี้ยๆ แบบเรียลสัดๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ชอบตัวละครนี้
 
- เราต้องยอมรับว่าอ.เฟลตเชอร์นี่ถึงมันจะร้ายกาจ เหี้ยแค่ไหน มันคืออัจฉริยะจริงๆ และถึงแม้ว่าใครจะเกลียดแต่เราชอบตัวละครนี้มากๆ เรียกได้ว่าโดนนนน 555 มันทั้งอัจฉริยะ และเหี้ยได้ใจ กล้ามใหญ่แก้มย้อย น่ารัก <3 (กร๊ากก) ชอบการที่คนเขียนบทตัวละครนี้ขึ้นมา เราคิดว่าบทนี้มันอัจฉริยะมากๆ
 
- เราว่าจริงๆ อีตัวละคร 2 ตัวนี้มันโรคจิตพอกัน มันถึงหมกมุ่นเสียเวลามาฆ่าฟันกัน
 
- ความเป็น Jazz นั้นแสนโหดร้าย มีวิพากษ์กันว่าหนังทำลายความเป็น Jazz ให้มัวหมอง แต่เราว่านี่คือจิตวิญญาณของแจ๊สนี่แหละ คือ Jazz มันสำหรับคนมีฝีมือเท่านั้น และคนมีฝีมือไม่ควรเล่นอะไรนอกจาก Jazz
 
- หลังจากออกจากโรงคุยกะพี่แล้ว ก็มีแว้บนึงที่นึกถึงวง Crescendo นะ
 
สุดท้าย...
 
- เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่เหมือนกับเราตกหลุมรักคนซาดิสม์ยิ่งกว่า 50 Shades of Grey อีก (ถึงจะยังไม่ได้ดูเรื่องหลังก็เถอะ)
 
- สมชื่อ Whiplash ดูไปก็ต้องบ่นไป โอ๊ยเจ็บๆๆๆ โอ๊ยชอบว่ะๆๆ รักเลยยย โอ๊ยยยยย เจ็บโว้ยยย อ๊าห์ ทำไมถึงรู้สึกดีอย่างนี้(?)
 
- ลุงน่ารักดี ด่าอีกสิคะ ด่าอีก 5555555
 
 
เป็นหนังโปรดเราขึ้นหิ้งเทียบเท่า The Intouchable ไปเลย
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
แปะเพลง ที่ดี
 
 
 
Not quite my tempo เพลงมันสั้นไป

ทำไมเพลงไม่ยาวสัก 15 นาทีอะไรงี้วะ Yell /เขวี้ยงฉาบ 
 
 
 
---------
 
เอ้ย นอกจากนี้ยังดูหนังจำพวกนี้
 
***ทุกข้อความที่พูดถึงเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องนั้นๆ***
 
 
The Imitation Game

- รู้สึกอย่างรุนแรงว่าคนยุโรปโชคดีนะที่คุณอลันทัวริ่งไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องรักแรกของเขา
 
- เพราะหนังทำเหมือนว่าการที่เขาหมกมุ่นกับการแก้ Enigma เนี่ย ไม่ใช่เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาทำได้ แต่เพราะมันมาจากปมชีวิตตรงที่เขาผ่านมันไปไม่ได้ในวัยเด็กนั่นแหละ คิดดูถ้าในวัยเด็กมีความสุขหรือผิดหวังกับคริสโตเฟอร์แล้ว จะมีแรงผลักดันอะไรให้เขามาหมกมุ่นกะอีเครื่องแปล Enigma มั้ย
 
- เพราะฉะนั้นเราจึงไม่รู้ว่าเกร็ดประวัติจริงๆเขาเป็นงี้จริงหรือเปล่านะ ไอ้การที่ตั้งชื่อเครื่องว่าคริสโตเฟอร์เนี่ย (คิดว่าไม่น่าจริง อิอิ)
 
- มีอารมณ์ร่วมเรื่องการเป็นคนแปลกๆ เป็นหนังที่ให้กำลังใจคนที่รู้สึกแปลกแยกจากคนอื่น ในขณะเดียวเรากันก็เข้าใจความเงียบเหงาเอนถอนาจของการเป็นคนแปลกแยกแบบนั้นดี T_T เป็นหนังที่ดี
 
- เราดูแล้วรู้สึกว่าคนเขียนบทเจ๋งตรงที่เขาพลิกชีวประวัติของคนคนนึงให้มีประเด็น something อะไรขึ้นมาได้ จริงๆอลันทัวริ่งน่าสนใจในระดับหนึ่ง แต่การที่คนเขียนบทใส่มุมมองส่วนตัวทำให้เขามีมิติที่ซับซ้อนขึ้นมา และแล้วก็จริงด้วย! หนังได้ออสการ์สาขาบทดัดแปลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
 
- เข้าใจละทำไมพี่ไข่เบเนดิกต์แอ่นคิวคัมเบอร์ (อ่านชื่อนางเป็นงี้ทุกที) แฟนเกิลเยอะ ปากนางโมเอะดี มีปากแปลกๆที่เวลาพูดแล้วดูโมเอะแปลกๆ
 
- น้องที่แสดงเป็นอลันตอนเด็กเด็กแสดงเก่งมากๆ เก่งจนน่าทึ่ง
 
 
American Sniper
 
- ชอบการที่หนังจงใจสื่อถึงความเป็นอเมริกันจนถึงแก่น ให้เห็นทั้งความน่าเกลียดและดีงามโดยที่ตัวหนังไม่เข้าไปตัดสินใดๆเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนสอน How to : Know an American ตั้งแต่เริ่มที่ชำแหละพื้นฐานความเป็นคริสเตียนในแบบครัวเรือนตั้งแต่ฉากแรกๆ ที่ปลูกฝังเด็กอเมริกันให้เป็นหนุ่มอเมริกัน
 
(ผมนี่นึกถึงฟิคเบย์แคนเรื่องโปรด Of Heroes and Damsels เบย ที่อัลฟี่เชื่อฝังหัวเรื่องความเป็นฮีโร่ เพราะอีอาเต้อชอบเล่านิทานเพ้อเจ้อของมันให้เด็กฟังเนี่ย เด็กมันจำเลยเห็นมั้ย)
 
- เด็กที่เล่นเป็นคริสไคล์ตอนเด็กตลกอะ หน้าตาจริงจังเกิ๊น จิ้นบราฮู้ดเล็กๆ
 
- ยอมรับเลยว่าเพราะการเลี้ยงดูแบบอเมริกันดาดๆ คริสไคลฺ์จึงเป็นผชที่ดีมากๆ น่าดักตีหัวแล้วฉุดเข้าถ้ำยัดเยียดความเป็นเมียให้ (ก็เกินไป Cry) อารมณ์แบบ มือนึงยิงปืน มือนึงกอดเมีย หลังก็แบกเพื่อนที่บาดเจ็บ ด้านหน้าก็กระเตงลูกน้อย แล้วก็เป็นคาวบอยขี่ม้าไปด้วยอีกต่างหาก เพื่อจะเป็น 'ลูกผู้ชายที่ดี' ในแบบที่เด็กบ้านนอกคนนึงจะถูกปลูกฝังมา แมนโคตรๆ พระเอกสัสๆ ฮีโร่ขิงๆ สเตอริโอไทป์ผชอเมริกันนี่มันอร่อยจริงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผชที่ดีอะ
 
- เราชอบความใจเย็นของ Clint Eastwood ที่หนังสามารถเล่าชีวิตคนคนนึงตั้งแต่ต้นจนจบ สื่อข้อความได้ลึกถึงที่มาที่ไปอย่างใจเย็น โดยที่ไม่ตัดสินถูกผิดเลย หลายๆอย่างมันสอดแทรกมาอย่างเนียนมากจนเราคิดว่าคนดูทั่วไปมองไม่ออก แต่เราเข้าใจของเราน่ะ (จนบางทีดูไปก็อึดอัด แหม ใบ้นั่นใบ้นี่กุจังงง ไม่รู้จะใบ้อะไรนักหนา ไม่ยอมเฉลยชัดๆอีกต่างหาก) ถามเราว่าจากหนังเรื่องนี้แสดงทัศนคติว่าผู้กำกับบูชาหรือเข้าข้างความเป็นอเมริกันฮีโร่มั้ย? เราว่า.. เขาพยายามเล่าเพื่อให้เรา 'รู้จักมัน' จะถูกกว่า
 
ถึงแม้จะดูไปแล้วเบะปากเป็นสระอิหมั่นไส้อีอ้วนไป (ที่คริสไคล์รอดตายอย่างหล่อทุกที) ก็เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง
 
- อาจจะเพราะคริสไคล์เพิ่งเสียชีวิตไปก็ได้เลยพยายามไม่สับแหลก ชำแหละไส้ชีวิตส่วนตัวมากนัก แต่นำเสนอคริสไคล์ในแบบของเขาเอง
คริสไคล์ตัวจริงเคยพูดประมาณว่า "เมื่อผมไปยืนต่อหน้าพระเจ้า ผมอาจจะต้องตกนรกเพราะทำบาปหลายอย่าง แต่การฆ่าคน 160 คนจะไม่เป็นหนึ่งในนั้น" คิดดูดิว่าเฮียแกบ้านๆ ทัศนคติซื่อๆ อเมริกันรากหญ้าขนาดไหน  ...อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องไปหาหนังสือมาอ่านกันเองอีกที
 
- ดูตอนคริสไคล์เสพติดสงครามไป ก็นึกถึงประโยคในเรื่อง The Imitation Game "คนชอบความรุนแรง เพราะความรุนแรงทำให้คนรู้สึกดี" นี่มันก็เป็นประโยคที่จริงแฮะ
 
- ไม่มีชนชาติใดสะเทือนไตเรื่องเด็กเท่าอเมริกันอีกแล้ว เราคิดว่างั้น
 
- ชอบคนแปลซับมากมาย คุณมันชาวไร่ไข่ย้วย!
 
โอ๊ยห่า เป็นเราโดนใครด่างี้จะร้องไห้อัดหน้าให้ 
 
 
จริงๆดูสารคดีวิเวียนไมเยอร์มาด้วย ไม่รู้จะพูดอะไร
บอกได้แค่ว่าไอ้หนุ่มคนที่ทำสารคดี และเป็นคนที่ค้นพบวิเวียนนี่มันอัจฉริยะแท้ ควรรวย อยากรู้จักคนนี้เลย แค่นั่นแหละ
 
 
จริงๆมีหนังที่ดูมานานมากแล้ว บอกตรงๆได้เลยว่าไม่ชอบ แต่มีเรื่องอยากพูดถึงนิดหน่อย คือ Maleficent
 
- ไม่รู้ใครจะตีความยังไง แต่เราว่ามันเป็นหนังเฟมินิสต์มากๆๆๆ ในแบบที่ตื้นเขิน (พูดชัดไปมั้ยอ้ะ ก็คนมันไม่ชอบ)
 
- พูดถึงมนุษย์เพศชายได้ 1.นิสัยเลว 2.กักขฬะ 3.ต่ำต้อยโง่เง่าเต่าถุย
 
- ความดีงามอย่างเดียวคือเลือกน้องเอลแฟนนิ่งเป็นบิวตี้ ถึงน้องจะเล่นได้เฉยมากก็เถอะ
 
- ถึงเราจะเป็นคนเกิดอะไรขึ้นก็อ้าปากด่าผู้ชายไว้ก่อน แต่ก็ไม่ชอบหนังเรื่องนี้อยู่ดี จบ
 
 
 
จบการรายงาน เจอกันใหม่เมื่อชาติรังเกียจ สวัสดี
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet