[APH Fic] Of Heroes & Damsels

posted on 10 Jun 2015 00:50 by roxetta in fiction
 
 
**เนื้อหาต่อไปนี้เป็นนิยายที่แต่งโดยเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างประเทศแปลงมาเป็นนิยายโรแมนซ์ โดยแทนประเทศเป็นบุคคล ไม่เหมาะกับผู้ที่อ่อนไหวเรื่องสงครามระหว่างประเทศ**
**เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย**
ใครรับไม่ได้ในเนื้อหาที่บอกไปข้างต้นกรุณาเชิญปิดไปก่อนค่ะ
 
 
Of Heroes and Damsels By: IlluminatedShadow 
Of course, heroes are also supposed to get a happy ending. Maybe Matthew didn't really want to be his damsel.
Rated: Fiction M - English - Angst/Drama - America, Canada
(มีภาษาหยาบคาย)

--------------------------------------------------- 
 
 
"แมทตี้"
 
เด็กน้อยที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้นผละสายตาจากขนตาของหมีสีขาวปุย เส้นผมม้วนเป็นวงปรกอยู่ตรงหน้าดวงตากลมโตสุกใส
 
"Frère?"
 
อัลเฟร็ดขมวดคิ้วมุ่นและพูดว่า "อาเธอร์บอกว่าสุภาพบุรุษเค้าไม่พูดคำหยาบกัน"
 
เขาชี้นิ้วกระดิกดิ๊กๆ ใส่แมทธิว ปั้นสำเนียงเลียนแบบผู้ปกครองของตน ก่อนจะยิ้มกว้างสดใส "แต่เค้าจะไม่ปากโป้งหรอกนะ"
 
แมทธิวที่ถูกเข้าใจผิดเรื่องภาษาฝรั่งเศสของตนกำลังจะเบะปากร้องไห้ ก็พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มออกมาให้อีกฝ่าย
 
"คืองี้" เจ้าหนูอัลเฟร็ดเอ่ยขึ้นอย่างขึงขัง "จำได้มั้ยว่าเค้าเคยช่วยตัวเองไล่แมงมุมไปอ้ะ"
 
แมทธิวผงกหัว
 
"นั่นแหละ แปลว่าเค้าคือฮีโร่ของเธอไง"
 
"โอเค" แมทธิวตอบช้าๆ
 
"แล้วก็ จำได้มั้ย พวกนิทานที่อาเธอร์เคยอ่านให้ฟัง พระเอกมักจะโผล่มาช่วยตอนที่นางเอกเดือดร้อนเสมอ"
 
แมทธิวกระจ่างขึ้นมาในบัดดลว่าอีกฝ่ายกำลังจะกล่าวถึงเรื่องอะไรต่อไป
 
"สุดท้ายพระเอกนางเอกก็จะต้องแต่งงานกัน แล้วก็ขี่ม้าขาวหายไปในตอนพระอาทิตย์ตกดิน" อัลเฟร็ดดูตื่นเต้นตัวสั่นอลังการ
 
แมทธิวขมวดคิ้ว หรี่ตาลงจับจ้องเด็กน้อยวัยเดียวกันตรงหน้าจะพล่ามความคิดที่หลั่งไหลออกมายังไงอีก
 
"นั่นก็แปลว่า เธอคือนางเอกของเค้า แล้วเราก็จะแต่งงานกัน!"
 
อัลเฟร็ดกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกาย "แล้วเราก็จะขี่หมีขาวของเธอด้วยเพราะว่าไม่มีม้าขาว ยังไงหมีก็แจ่มกว่ากันตั้งเยอะ!"
 
ตอนนั้นเองที่อัลเฟร็ดคุกเข่าลงตรงหน้าแมทธิว จับมือพ่อหนุ่มน้อยอีกคนไว้อย่างตื่นเต้น
 
"อ้อ แล้วพระเอกเค้าต้องจูบนางเอกกันด้วยนะ"
 
แมทธิวมองอีกฝ่ายที่เอนตัวปรี่หน้ายื่นเข้ามาหาด้วยความขุ่นเคือง หนุ่มน้อยบึ้งปากแล้วทุบเข้าที่หน้าของอัลเฟร็ดอย่างจัง ก่อนจะเดินหนีออกไปด้วยความรู้สึกโดนสบประมาทอย่างรุนแรง
 
หลังจากที่ช็อกเพราะถูกเด็กน้อยที่ปกติมักจะดูอ่อนโยนว่าง่ายเสมอตีเข้ากลางหน้า แถมยังถูกปฏิเสธจุ๊บอีก หนูน้อยอัลเฟร็ดระเบิดร้องไห้จ้าออกมาแล้วตะโกนลั่น "อาเธอร์!"
 
อาเธอร์ที่กำลังจะนั่งลงพร้อมถ้วยชาร้อนกรุ่นในมือ เมื่อได้ยินเสียงอัลเฟร็ดร้องว้ากโวยวายเรียกก็วางถ้วยชาลงแล้วปรี่ตรงไปยังห้องเด็กเล่นทันที ลูบหัวแมทธิวขณะเดินผ่านด้วย
 
ชายหนุ่มดึงเด็กน้อยมากอดหลวมๆ สะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออัลเฟร็ดซุกหน้าเพื่อเช็ดน้ำมูกกับเสื้อตน แต่แล้วก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเล่าความอัดอั้นตันใจออกมา
 
"แมทตี้ไม่รักเค้า" อัลเฟร็ดร้องกระจองอแง ดวงตาแดงก่ำชุ่มด้วยน้ำตา
 
"อย่าโง่ไปเลยน่าอัลเฟร็ด" อาเธอร์ปลอบอย่างอ่อนโยน "แมทธิวชอบเธอจะตายไป ทำไมถึงคิดอะไรอย่างนั้นล่ะ"
 
"ก็เค้าไม่ยอมให้เราจุ๊บอ้ะ!" หนุ่มน้อยแผดเสียงอย่างโกรธๆ
 
อาเธอร์เดาได้เลยว่านี่จะต้องเป็นเรื่องปวดหัวกว่าที่คิดแน่ๆ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกก่อนจะพูดว่า "เล่ามาตั้งแต่ต้นซิพ่อหนุ่ม"
 
"จำได้มั้ยที่เค้าช่วยแมทตี้ไล่แมงมุม แล้วเธอก็บอกว่าที่เค้าทำน่ะยิ่งใหญ่และเป็นฮีโร่มากๆอ้ะ"
 
อาเธอร์พยักหน้า เด็กน้อยจึงเล่าต่อ "แล้วเธอก็เคยอ่านนิทานให้ฟัง เรื่องที่มีอัศวินช่วยเจ้าหญิงจากมังกร เธอบอกว่าฮีโร่จะช่วยเจ้าหญิง ช่วยสาวงาม อะไรแบบนั้น พวกเขาจะแต่งงานแล้วก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป จำได้มั้ย"
 
อาเธอร์พยายามจะคิดตามทุกคำที่ร่ายยาวออกมา
 
"คืองี้ เค้าบอกแมทธิวว่าเค้าช่วยเธอนะ เพราะงั้นเธอคือนางเอกของเค้า เราต้องแต่งงานกันแล้วขี่ม้า -- แต่ว่าเราไม่มีม้าก็เลยจะขี่หมีแทน -- แล้วทีนี้แมทธิวก็ต่อยเค้าตอนที่เรากำลังจะจูบกันเหมือนในเรื่อง" ดวงตาสีฟ้าสว่างโรจน์ด้วยความเดือดดาลอีกครั้ง
 
อาเธอร์ไม่รู้จะขำหรือถอนลมหายใจสักเฮือกใหญ่ๆ ดี กับสิ่งที่เด็กชายคิด
 
เขาไม่ได้ทำทั้งสองอย่าง และเริ่มอธิบายอย่างอ่อนโยน "อัลเฟร็ด ฉันคิดว่าตอนที่เธอเรียกเขาว่านางเอก เธอกำลังทำร้ายจิตใจแมทธิวอยู่นะ"
 
"แต่เค้าต้องเป็นนางเอกดิ! เราช่วยเค้าไว้นะ!"
 
"อัลเฟร็ด นางเอกเป็นผู้หญิง" เขาพูดอย่างเน้นย้ำ รู้สึกตกใจที่เด็กน้อยมีความยึดมั่นถือมั่นในนิทานนั่นมากเสียจนประหลาดผิดปกติ
 
"...แมทตี้ก็เหมือนผู้หญิงนิ"
 
อาเธอร์กะพริบตาปริบๆ พยายามหักห้ามใจไม่ให้ทึ้งหัวตัวเองไปด้วยขณะอธิบาย "แมทธิวเป็นเด็กผู้ชาย ก็เหมือนกับเธอนั่นแหละอัลเฟร็ด เขาไม่ชอบให้ใครมาเรียกเขาว่าเป็นเด็กผู้หญิงหรอก"
 
"แต่พระเอกที่ไหนเค้าก็ช่วยนางเอกกันนี่ ถ้าเราเป็นพระเอก แมทธิวก็ต้องเป็นนางเอก!"
 
"ไม่ อัลเฟร็ด" อาเธอร์ออกปากดุ "พระเอกต้องช่วยเหลือทุกคน ไม่ใช่แค่นางเอก ที่แมทธิวตีเธอน่ะเป็นเรื่องผิด แต่เธอจะคาดหวังให้ใครจูบเธอหลังจากที่เธอทำร้ายความรู้สึกเขาไม่ได้หรอกนะ"
 
อัลเฟร็ดทำท่าละอายใจ ในขณะที่อาเธอร์ขยี้ผมเด็กน้อยอย่างเอ็นดู
 
"แต่ว่า..." อัลเฟร็ดกำลังจะเบะปากร้องไห้ออกมาอีกที ในขณะที่มีเสียงเปิดประตูแผ่วเบาดังขึ้น ทั้งคู่หันไปพบแมทธิวยืนอยู่ที่ประตู สีหน้าเรื่อแดงจางๆ
 
"ว่าไง แมทธิว?" อาเธอร์ถาม ยื่นแขนออกมาให้อีกฝ่าย
 
แมทธิวย่างเท้าเตาะแตะเข้าไปหาเขา ชายหนุ่มก็ดึงให้เด็กทั้งคู่ยืนเข้าหากัน
 
"มีอะไรอยากจะพูดกับอัลเฟร็ดไหม?"
 
แมทธิวมองหน้าอัลเฟร็ดซึ่งเมินหันหน้าไปทางอื่นยู่ปากอย่างแง่งอน แมทธิว (ที่อาเธอร์รู้สึกว่าต้องตกเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์อันรุนแรงและพลังงานอันล้นเหลือของฝาแฝดเสมอ) ทำท่าลังเล ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปเอาปากชนกับแก้มของอัลเฟร็ดอย่างงกๆเงิ่นๆ
 
อัลเฟร็ดรีบหันหน้ากลับมา สีชมพูอ่อนเรื่อออกมาที่แก้มยุ้ย
 
แมทธิวเบือนหน้าไปทางอื่น แล้วงึมงำเบาๆ "อยากจะขี่คุณคุมะทาโร่ก็ได้นะ"
 
อัลเฟร็ดร้องออกมาอย่างดีใจ จับมือแมทธิวจูงไปหาหมีผู้กำลังทำหน้าง่วงอยู่ อาเธอร์อดไม่ได้จะหลุดรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นอัลเฟร็ดปีนขึ้นขี่หลังหมีในขณะที่แมทธิวทำตามอย่างว่าง่าย
 
ถึงแม้เขาจะหวังอยู่ลึกๆ ในใจ ว่าอัลเฟร็ดจะไม่ยึดติดกับรสนิยมคลั่งความเป็นพระเอกนี่เป็นจริงเป็นจังมากเกินไปนัก
 
 
---------------------------------------------------------------
 
 
"นี่ แมทตี้" อัลเฟร็ดทิ้งตัวลงข้างเด็กหนุ่มผมบลอนด์อีกคน เอ่ยออกมาอย่างสบายๆ
 
แมทธิวกำลังนอนคว่ำอ่านหนังสือนิยายหน้าปกหนังเก่าคร่ำคร่าอยู่หน้าเตาผิงที่มีเปลวไฟลุกสว่างไสว ด้วยความที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับหนังสือชายหนุ่มจึงไม่ได้ทันรู้สึกว่าอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ จนกระทั่งมีศีรษะหนักๆวางอยู่บนเอวของตน
 
"อัลเฟร็ด" เขางึมงำออกมา แต่อัลเฟร็ดรู้สึกได้ว่ามีน้ำเสียงของความพึงพอใจอยู่ในนั้น "ต้องการอะ..."
 
"ถามอะไรหน่อยได้มะ"
 
อัลเฟร็ดได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาแผ่วเบา แล้วหนังสือก็ปิดลง แมทธิวเอ่ย "ว่ามา"
 
เด็กหนุ่มหันไปหาอีกฝ่าย แก้มของตนจึงแนบกับผิวเสื้อของแมทธิว สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาอย่างจงใจ เขาจ้องมองเส้นผมหยักโศกสีฟางข้าวซีดเผือด หักห้ามความต้องการที่จะไม่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกดริมฝีปากแนบประทับบนแผ่นหลังนั้น
 
"เธอเคยคิดจะหนีไปบ้างมั้ย แบบว่า เป็นอิสระน่ะ" เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
 
แมทธิวตัวแข็งทื่อ ทันใดก็กลิ้งตัวหนีออกโดยไม่บอกกล่าว ปล่อยให้ศีรษะของอัลเฟร็ดโขกพื้นพรมดังโครม
 
"โอ๊ย! แม่งเอ๊ย แมทธิว" อัลเฟร็ดกัดฟัน ลุกขึ้นนั่งลูบท้ายทอยป้อยๆ นิ้วสอดไปในเส้นผมบลอนด์เข้มคลำหาก้อนบวมปูด "ทีหลังก็ช่วยเตือนกันก่อนบ้างเหอะ"
 
"เป็นบ้าอะไรของเธอน่ะ" แมทธิวพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ นั่งคุกเข่าห่างจากอัลเฟร็ดไปเล็กน้อย ดวงตาที่อ่อนโยนอยู่เสมอเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ สีม่วงและฟ้าในดวงตานั้นสั่นระริกปนเปกันด้วยความโกรธ
 
อัลเฟร็ดทำหน้ามุ่ย "ก็แค่ถามเล่นๆ"
 
แมทธิวหัวเราะหึออกมา "สำหรับเธอแล้ว มันไม่ใช่ 'แค่ถามเล่น' แล้วแหละอัลเฟร็ด" เขาส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นปรามปฏิกริยาโต้ตอบใดๆจากอีกฝ่าย "เธอคิดจะทิ้งอาเธอร์ได้ยังไง เขาดีกับเรามากนะ เขาดูแลเราแล้วก็รักเรานะ!"
 
ปกติแล้ว ความจงรักภักดีไม่เคยสั่นคลอนของแมทธิวเป็นสิ่งที่อัลเฟร็ดชื่นชมอยู่เสมอ แต่นั่นมันก่อนที่อีกฝ่ายจะเลือกข้างอาเธอร์มาทะเลาะกับเขาเสียเอง เป็นอาเธอร์นั่นเองที่ได้ความจงรักภักดีทั้งหมดนั้นไป
 
อัลเฟร็ดอดไม่ได้จะรู้สึกโมโห เขาทั้งอิจฉาและสะอิดสะเอียนเหลือเกิน
 
"แล้วทำไมเธอมันถึงได้ตาบอดอะไรอย่างนี้นะ" อัลเฟร็ดถาม ดวงตาแสดงถึงความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว
 
"เธอนั่นแหละที่ตาบอด" แมทธิวตอกกลับ
 
อัลเฟร็ดส่ายหัว เขารู้ว่าแมทธิวจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เพราะเห็นได้ชัดว่าอาเธอร์กล่อมประสาทแมทธิวที่น่ารักของเขาให้กลายเป็นเด็กหูหนวกตาบอดคนหนึ่ง เด็กหนุ่มกำลังจะผุดลุกขึ้นยืนในขณะที่แมทธิวคว้าข้อมือเขารั้งไว้
 
อารมณ์เกรี้ยวกราดและท่าทีแข็งขืนก็พลันอ่อนลง
 
"ฉันจะไม่บอกอาเธอร์นะอัล" รอยยิ้มบางๆปรากฎขึ้นบนริมฝีปาก แต่แล้วเขาก็เสริมอย่างรวดเร็ว "แต่อย่าให้ฉันรับรู้ความคิดหัวสูงทะเยอทะยานแบบบ้าๆ อะไรนั่นของเธออีก ฉันอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว"
 
แล้วเด็กหนุ่มก็ปล่อยมืออัลเฟร็ดที่เงียบปากลงผิดปกติ ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาใหม่
 
อัลเฟร็ดอยากจะมองโลกในแง่ดีว่าที่แมทธิวมีความสุขที่นี่ ก็เพราะได้อยู่กับเขา
 
อยากจะเชื่อจริงๆ เลย ว่าแมทธิวจะมีความสุขได้ก็เพราะเขาเท่านั้น
 
 
--------------------------------------
 
 
อัลเฟร็ดไปหาฝรั่งเศสในอีกหนึ่งปีต่อมา
 
เด็กหนุ่มได้รับการเติมเต็มความรู้สึกที่เคยโหยหา ความกะตือรือร้นแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นักการเมืองหลายๆ คนของเขาชื่นชมบูชาอีกฝ่าย อัลเฟร็ดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงกลัวชายหนุ่มผมบลอนด์ผู้มีดวงตารอบรู้เฉียบแหลมที่ฉายแววแห่งเสรีภาพ เป็นตัวของตัวเอง และความแข็งแกร่งเชี่ยวชาญ
 
"อยากจะให้คุณพี่ปกครองนายขนาดนั้นจริงๆ เหรอ non?" ฟรานซิสเอ่ยปากถาม ชายหนุ่มที่มีบรรยากาศแห่งความช่ำชอง มั่นใจตัวเองสูง นั่งอยู่บนโซฟายาวบุนวมหรูหรา มือถือแก้วไวน์ในขณะที่จ้องมาที่อัลเฟร็ดด้วยรอยยิ้ม
 
"นายไม่ใช่ประเภทนกน้อยที่จะพอใจแค่ได้อยู่ในกรงทองเลยนะ นายนี่มันเป็นพวกที่ต้องได้บินขึ้นที่สูงโดยมีลมหนุนใต้ปีกโดยแท้ ไม่ยอมต่ำต้อยด้อยค่าไปกว่านั้น"
 
อัลเฟร็ดต้องมนต์สะกดกับถ้อยคำเหล่านั้น