Polyamorous

posted on 09 Jul 2015 02:08 by roxetta
สวัสดี
 
ตั้งชื่อเอนทรี่ไล่แขก จะได้ไม่มีใครมาอ่านบันทึกความคิดหลั่งไหลบ้าๆบอๆนี่เข้า
 
 
 
ช่วงนี้ติดแชเนล Buzzfeed มาก งานก็ชุมมากจนไม่มีเวลาทำอะไร แต่ดูยูทูป! ไม่ยอมทำงาน!
 
แต่มีเรื่องน่าสนใจอยากอัพบล็อก คือเราเพิ่งไปเจอศัพท์ใหม่มาจ้า มันคือศัพท์คำว่า
 
Polyamorous Person

 
 
 
Poly ก็คือหลากหลาย amorous อาจจะมาจาก Amor ความเสน่หา (เดาล้วนไม่มีวัวผสม เรายังไม่ได้ google เกี่ยวกะเรื่องนี้โดยตรง แค่รู้จักจากคลิปยูทูป ดังนั้นที่เราพิมพ์มันจะดิบสดหน่อยนะ) ยังไงก็ตามแต่ แต่มันแปลว่าประเภทของคนที่สามารถมี; ยอมรับการมีความสัมพันธ์โรแมนติกกับคนหลายๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน
 
เคยแปลกใจกับข่าวอย่างเช่น ภรรยามีสามีที่มีผรัวที่มีเมีย เราเลยสามพลี สี่พลี ห้าพลี หกพลี ชีวีสุขสันต์ในบ้านเดียวกัน อะไรทำนองนี้มั้ย เราเคยยยยยย
 
พอรู้ว่ามีศัพท์นี้เราเลยเข้าใจใหม่ว่าจริงๆ มันเป็นเรื่องพื้นฐานความคิดนะ เราจึงมีความคิดอย่างนี้
เราสมาธิสั้น ขี้เกียจพิมพ์เรียบเรียงใหม่ ยกทวิตมาเลยแล้วกัน (อ่านจากล่างขึ้นบน)
 
 
 
แต่ที่เอามาอัพบล็อกเพราะเราอยากจะคิดกับมันยาวๆ อีก (ซึ่งไม่สะดวกกับทวิตเตอร์ที่เป็นชุมชนเพื่อนติ่งเกาหมี) ว่า เออจริงๆแล้ว สิ่งที่ดู weird นี้ แท้จริงแล้วมีคนส่วนใหญ่เป็นเยอะ ในไทยที่แสนจะมีค่านิยมสุดแสนจะธรรมดาแต่คนส่วนใหญ่ก็เป็น Polyamory อย่างแยะจนไม่น่าเชื่อ โคตรฟรีด้อม จริงๆแล้วผู้ชายไทยคุณเป็นคนคูลมากรู้ตัวป่าว ชาวซุกกิ๊กทั้งหลาย
 
เราเคยมีความเชื่อมั่นในตรรกะบ้าบออะไรของตัวเองอย่างรุนแรงที่เอาไปสั่งสอนเพื่อนปาวๆ ว่า "เฮ้ย เชื่อเรา อย่านอกใจแฟน อย่าทำผิด เพราะเวลาคนเรามีความสัมพันธ์แค่ 2 คนโจทย์มันก็ยากอยู่แล้ว ถ้าแกทำผิดทีนี้มันจะไม่มีขอบเขตของความฉิบหายเลย" มันคงเป็นธรรมชาติของ INTP มั้ง ที่คิดว่าเมื่อมีฟันเฟืองอะไรหลุด เมื่อเราเริ่มทำอะไรผิด ทุกอย่างมันจะ explode ดั่ง bigbang
 
เราคิดว่าถ้าสมมุติเราเริ่มก้าวผิด ก้าวต่อไปมันจะไม่มีอะไรถูกต่อจากนั้นอีกเลย ถ้าแกนอกใจแฟน แล้วพอถึงตาแฟนนอกใจแก แกจะมาตีอกชกหัวไม่ได้ เหมือนถ้าแกนอกกฎก่อน หลังจากนั้นแกเป็นคนผิดกฎหมาย แกจะไม่ได้รับความยุติธรรมมาคุ้มครองอีกเลยตลอดประกันชุดนั้น #ความรักก็เช่นกัน เรามีวิธีคิดแบบนี้เอง
 
... แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้ง โกรธเพราะความไม่เข้าใจชาวบ้านก็หลายหน
 
ครั้งนี้กุเริ่มรู้แล้วว่ะ ว่าตรรกะกุนี่มัน bull shit
 
จริงๆ เอาแค่แกมีความรัก ชีวิตแกก็หลุดประกันนานแล้ว ต่อให้แก follow the rule จนตัวตาย rule มันก็ไม่คุ้มกะลาหัวแก
 
คนเรามีแฟนมันไม่ได้สัมพันธ์กะ rule ว่ะ มันสัมพันธ์กะคน กะมนุษย์ มนุษย์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก จิตใจไม่แน่นอนคาดเดาไม่ได้ rule แม่งไม่ได้เกี่ยวห่าอะไรเลย เตะแม่งทิ้งๆไปเหอะ Cry
 
(แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกะโลกนะตอนนี้ พอผ่านไปได้ก็รู้สึกโตดี ไม่โกรธใคร เข้าใจโลกมากขึ้น)
 
และเพราะคนเรามักจะต่อต้านความคิดที่เราไม่เข้าใจ เราเองก็เคยต่อต้านและดูถูก ด่าบ้าง นินทาบ้าง เพื่อนเราชาว Polyamorous ทั้งหลาย (ที่มันไม่รู้ว่าตัวมันเป็น มันรู้แต่ว่า "ทำไมมันรักแฟน แต่มันก็ขาดคนนี้คนนั้นคนโน้นไม่ได้") พอเจอคลิปนี้มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าบางทีการที่คนเราจะสามารถรักหลายคนพร้อมๆกัน มันก็เป็นไปได้ และก็อาจจะยอมรับได้
 
แต่ต้องขึ้นตัวหนาๆ ขีดเส้นได้ไว้ว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อคนที่เป็นคนประเภทนี้จะได้รู้ตัว แล้วก็สามารถยืดอกพกปากบอกคนที่เพิ่งดูใจกันไปเลยว่า "เฮ้ย ฉันคือคนแบบนี้ open relationships เว้ย" จะเซย์เยสเซย์โนก็จะไม่ทำร้ายความรู้สึกกันเปล่าๆ (แต่พวกโพลีอะมอรี่ต้องสามารถยอมรับให้อีกฝ่ายมี open relationships เหมือนกันด้วยนะ ถ้ายอมรับไม่ได้คุณก็ต้องเดินออกไปอะค่ะ ป้าเบิร์ดบอกว่า คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง)
 
ช่วงนี้พูดถึงการเป็นเกย์เลสเบี้ยนว่าไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป เราว่าเจเนอเรชั่นต่อไปในยุคที่กำลังมาถึง เรื่องราวของปัจเจกอาจจะไม่มีขาวดำถูกผิดแล้วก็ได้ เพราะแม้แต่การรักหลายใจก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอย่างที่เราถูกสอนกันมา มันเป็นแค่อีกช้อยส์หนึ่ง อีกรสนิยมหนึ่ง เหมือนที่เราพยายามจะนิยาม Introvert / extrovert ; alpha male / beta male ; ผู้ชายกินพืช / ผู้ชายกินเนื้อ
 
ฟังชั่น Open Relationships ในเฟคบุคน่ะใช้กันซะบ้าง
 
 
แต่ยังไงก็ตาม เราเข้าใจฝั่งนู้นแล้ว แต่เราก็ยังเป็น Monogamous นะ ขี้หึงหวงที่สุดในสามโลก หวงของกินที่สุดในจักรวาล ซื้อมาแล้วตั้งใจจะเก็บไว้กินพรุ่งนี้ ใครมากินตัดหน้าบ้านอาจพัง คือถ้าไม่เข้าใจตรรกะของใครเราจะ annoy คนคนนั้นสุดๆ (แต่จริงๆ เราพร้อมจะเข้าใจถ้าอธิบายเราให้เห็นภาพชัดพอ)
 
สิ่งที่สำคัญมากๆ คือเราอยากให้คนทั่วไปรู้จักตัวเองในเรื่องนี้ จะได้ไม่สับสนตัวเองอีกต่อไป แล้วสามารถจะบอกกับคนที่ดูใจได้
 
ดังนั้นเมื่อถึงฤดูหาคู่ ใครที่เป็น Poly /ผายมือ/ เชิญค่ะ เราไม่เข้ากัน เหมือนดั่งเรามีรสนิยมทางเพศไม่ตรงกันนั่นเอง goal ในชีวิตต่างกันแล้วอะ ก็อย่าเสียเวลามาทำร้ายกัน
 
พูดเหมือน flirt เหมือนส่งสัญญานให้ใครสักคน เหมือนดิฉันมีหนุ่มผ่านเข้ามาในชีวิต ฮ้อทมาก เหอ ป่าว ไม่มี ทำงานอยู่แต่บ้าน 7/24 จะมีได้ไง
 
แค่สนใจเรื่องนี้ ตั้งทฤษฎีให้ตัวเองได้คิดเวลามองดูคนอื่นเยอะๆ ในสังคมอันกว้าง อ้อคนนั้นเป็นโพลี คนนี้เป็นโมโน /ดุจเรียนไบโอเคมี มันก็เท่านั้นเอง...
 
 
นี่ควรเป็นบทสนทนาตัวอย่างดีเด่นของหัวข้อนี้ /ปรบมือ (คลิปนี้เปิด CC ซับ eng ได้ค่ะ)
 
 
 
 
รู้สึกเชื่อมโยงกะแอลลิสันสุด นางจีเนียสเอ่าะ มุขนางเด็ด แล้วก็คิดอะไรหลายๆ อย่างเหมือนเราเลยยยย เราคิดว่านางน่าจะเป็นตัวแทนตัวตน ideal ของเรา /ชูป้ายไฟ
 
 
 
ปล. ขอโทษที่พิมพ์ไทยคำอังกฤษคำ คือรู้ตัว คือไม่ได้แอคคูลอะไรงี้ จริงๆก็เป็นคนโง่ภาษาอังกฤษใบ้แดกกะฝรั่งเหมือนเดิม แค่ช่วงนี้ดูคลิปฝรั่งเยอะเลยนึกออกมาได้แบบนี้ ขออภัย ขออภัย
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เฮ้ยยยย ดีใจมากที่เจอคนที่สนใจเรื่องนี้เหมือนเรา คนไทยที่สนใจศึกษาทางนี้มีไม่เยอะ เราหมกมุ่นกับมันมาเป็นปีๆแล้ว แต่ยังหาข้อมูลอะไรที่ลงลึกในสังคมไทยได้ไม่มากเท่าไหร่ และสังคมไทยเราว่าคนที่มีระบบความคิดแบบนี้ยังน้อยมากจริงๆ ความคิดที่ว่าตัวเองไม่อาจจะตกหลุมรักหรือรักคนเพียงแค่คนเดียวได้มันยังไม่ใช่ polyamorous หรอกนะ มันต้องมาพร้อมกับ open communication ด้วย เพราะงั้นพวกนิยมมีกิ๊กมีชู้นี่ยังห่างไกลจาก concept แบบนี้มาก ก็แค่คนมักมากและไม่ซื่อสัตย์กับคู่ของตัวเอง ต่างกับ poly ที่จะเน้นการสื่อสารกันเยอะมากๆ คิดอะไร รู้สึกอะไร ก็สามารถเอามาพูดบอกกันได้อย่างหมดเปลือกหมดใจ สื่อสารกันในทุก step ของความสัมพันธ์ก็ว่าได้ แนะนำเพิ่มนิดว่าถ้าอยากเข้าใจ concept เรื่องนี้ดีขึ้น ต้องหาวิดิโอของ Cornor กับ Brittany มาดู เขาทำไว้ดีมากๆเลยละ คือมานั่งพูดแบบจริงจัง ไม่ใช่แบบแฝงเล่นมุกเล่นตลกไปในตัวอะไรงั้น 

#1 By มินนี่ (171.96.183.183) on 2016-06-25 16:50