Movie

อาาาา ดูแล้ว แอนทีคคุ

 

f946725ae1.jpg picture by roxetta

สำหรับการดูครั้งแรก ผ่านสายตาของคนที่อ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็อ่านมานานแล้วจำได้มั่งไม่ได้มั่งประสาปลาทอง

อยากบอกว่าครึ่งแรกของเรื่องนี้เกือบสิ้นหวังไปแล้ว อาจเป็นเพราะเราอ่านการ์ตูนมาก่อนก็ได้ สิ่งที่ได้เห็นในช่วงแรกของหนังเลยเหมือนการยัดเยียดฉากจากการ์ตูน แล้วเสริมเข้าไปด้วยการดำเนินเรื่องแบบหนัง musical

ซึ่งเราคิดว่าเป็นความจงใจของ ผกก. ที่ต้องการให้ช่วงแรกเป็นภาพร้านเค้กพาฝันด้วยการดำเนินเรื่องแบบ musical เล็กๆ สำหรับคนไม่เคยอ่านการ์ตูนอาจจะชอบจุดนี้ก็ได้ แต่สำหรับเรารู้สึกว่าการตัดช็อตไปมาแรกๆของเรื่อง หรือว่าด้วยการไปเอาซับไม่ค่อยดีของเราเอง รู้สึกได้ว่าตอนแรกดูไม่รู้เรื่อง ตัดไปตัดมางงงวย รู้สึกฟู่ฟ่าอย่างว่างเปล่ายังไงไม่รู้ คือหวือหวาอย่างไม่มีพลัง ดูแล้วแฟนตาซีมากมายจนเกือบสิ้นหวังไปแล้ว

ซึ่งการ์ตูนเรื่อง Antique Bakery ที่เราอ่าน อยากบอกว่าเป็น การ์ตูนร้านเค้ก (ไม่ใช่การ์ตูน BL หรือการ์ตูนวาย) ที่มีพ่อครัวทำเค้กเป็นโฮโมเซ็กชวล ที่คนเขียนค่อนข้างจะดึงมาเป็น reality มากเลย คือเรื่องราวมันไม่ได้แฟนตาซีขนาดนั้น คือเราว่าความตั้งใจของคนเขียนค่อนข้างจะพยายามดึงตัวละครที่สุดโต่งแต่ละตัวให้อยู่ในความเป็นจริง ในร้านเค้กธรรมดา

ด้วยตัวหนังเอง (ที่เราจะพยายามไม่เปรียบเทียบกับการ์ตูน) ในครึ่งแรก เรารู้สึกว่าการตัดฉากไปมาน่างงงวย และให้ความรู้สึกว่า "หรือว่าฉันควรจะเปิดใจแล้วดูมันในฐานะหนังอาร์ตเนี่ย" ความตั้งใจของผกก. อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่มันไม่ใช่อะ มันไม่ใช่อ้ะ ไม่เห็นอาร์ต ฟีลมันประมาณจะอาร์ต อืม ก็ไม่อาร์ตนะ จะขำ อืม กูก็ไม่ขำนะ ค่อนข้างรับไม่ทัน แต่สิ่งที่หงุดหงิดมากก็คือ

 

อารมณ์คนเกาหลี
 

คือสิ่งที่กระตุกต่อมฉันมากกกก คือความขี้หงุดหงิดโมโหอย่างรุนแรงที่มักแสดงออกในสื่อของคนเกาหลีมันช่างดิบเถื่อนกันจริงๆ การตวาดและการหงุดหงิดจนลงมือทำร้ายคนอื่นเห็นได้บ่อยๆซึ่งปกติฉันก็ไม่คิดอะไร แต่พอมันโผล่ในเรื่องนี้ก็เกือบจะรับไม่ได้ เพราะฉันจะเห็นการตวาดหงุดเงี้ยวกันตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ ทำให้ในตอนต้นความเป็น musical กับความหงุดหงิดงุ่นง่านนี้

ซึ่งปกติน่าจะทำให้รู้สึกขำๆน่าเอ็นดู แต่เรารู้สึกมันไปด้วยกันไม่ได้ มันขัดแย้ง ไม่ค่อยละมุนละไมที่จะนำเสนอสักเท่าไหร่

การที่ผู้ชายมาถีบมาต่อยตบหัวกันทะเลาะด่าทอกันตลอดเวลา อีกบัดเดี๋ยวก็เค้กๆ แล้วก็ตบหัว เต้นรำๆ แล้วก็ด่ากัน แล้วก็มีครีมๆ หัวเราะๆ แล้วก็ถีบกันต่อ อะไรของเมิ้งงงงง

ขัดแย้งโคตร ...อารมณ์ช่างแปรปรวนนะ กูตามไม่ทันนนน


อ่า ด่ากันไปมากมาย ใช่ว่าฉันจะเกลียดมันไปหมด แต่ของอย่างนี้ต้องตบหัวก่อนสิ แล้วค่อยลูบหลัง

สิ่งที่ฉันชอบอยู่ในส่วนช่วงหลังของหนัง แล้วรู้สึกว่าเขาทำได้ดีมากด้วย ก็คือตัวละครในการ์ตูนทุกตัวคือค่อนข้างมีเรื่องราวที่มา ทั้งโอโนะ (เกย์ปาติชิเย่) เจ้าของร้าน นักมวย แล้วก็บอดี้การ์ด การ์ตูนค่อยๆคลี่คลายปมของแต่ละคนออกอย่างช้าๆ ในแนวทางการดำเนินรื่องของการ์ตูน คือค่อยๆคลายออกมาทีละเรื่องๆไปเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆเขียนไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน

แต่ด้วยความเป็นหนัง มันมีจุดพีค มันก็สูตรหนังดี (ไม่ใช่ไม่ดี) ด้วยความที่มันมีไคลแมกซ์ของเรื่องในตอนหลัง

หนังเลือกที่จะขมวดปมทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน จนรู้สึกทุกอย่างมีความเกี่ยวข้อง ดูแล้วฉันเข้าใจตาเจ้าของร้านมากขึ้นกว่าอ่านการ์ตูนนิดหน่อย (แต่เจ้าของร้านเวอร์ชั่นหนังดูขี้หงุดหงิดและโฮโมโฟเบียกว่าในการ์ตูนเป็นกอง คือ...ในการ์ตูนเขาโฮโมโฟเบียแค่ช่วงแรกๆ แล้วโอโนะก็ไม่ได้ไปคอยคุกคามให้เขาแขยงบ่อยๆ ที่จริงฉันชอบเจ้าของร้านในการ์ตูนมากกว่าในหนังง่า คือเค้ามีความจริงใจ เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ไม่ร้ายซึนแบบในหนังที่เอาแต่ตวาดๆ เหมือนหญิงวัยทอง เป็นแบบพระเอกเกาหลีจริงๆ ...ทำไมพระเอกเกาหลีนี่ช่างตวาดนะ มีแม่เป็นแม่ค้าทุเรียนรึไง)

ประเด็นเนื้อหาของเรื่องนี้ก็เลยชัดเจนขึ้น ในแง่ของความโฟเบีย ของลุงหนวด

โฟเบียทั้งของหวาน ทั้งโฮโมโฟเบียด้วย แล้วเหตุผลที่เปิดร้านเค้กทั้งที่เกลียดของหวานจับใจ

อีกทั้งประเด็นของความสงบสุขเล็กๆ ในสถานที่สมมุติแห่งหนึ่งตั้งชื่อว่า Antique

ส่วนถ้าจะให้บอกว่าหนังเกี่ยวกับอะไร ก็จะเล่าว่าเป็นเรื่องราวของคนสี่คนที่แตกต่างกัน มีบาดแผล มี bad-habit ติดตัวมาแบบต่างๆกันอย่างสุดโต่ง มาเจอกันในสถานที่หนึ่ง [ร้านเค้ก] เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น [คดีลักพาตัวเด็ก]

ประเด็นคือความ โฟเบีย ของคน

แล้วเรื่องก็ดำเนินบนโครงนั้น



เนื้อหาต่อจากนี้สปอล์ย และยาวมาก เพราะใช้เวลาเขียนหลายวัน เนือยจัด มีหลายเรื่องอยากเล่าอย่างละเอียด อยากคุย

ใครดูแล้วกด Ctrl+A โลดดดด ใครยังไม่ได้ดูและอยากดูก็อดไปก่อน มันจะมาฉายวันที่ 16 เมษาแหละ โฮะๆ กีดกันชะมัด โลกนี้ไม่มีความเท่าเทียม แต่สปอล์ยแรงมาก

จริงๆ เปิดเผยเนื้อเรื่องขั้นฮาร์ดคอร์ทั้งตื้นทั้งลึก

ใครคิดว่าหนังเรื่องนี้ชาตินี้คงไม่ดูหรอกว่ะ อยากอ่านเล่นๆ ก็คลุมโลดดด



เนื่องจากเราพิมพ์ครั้งแรกได้ดั่งใจดีมากๆ แล้วคอมเจือกดับไม่ได้เซฟ เนื้อหาหายไปหมดเลย พิมพ์ใหม่เลยอาจจะเนือยๆหน่อยละกัน เฮ้อ

คนคลั่งเค้ก

อืม คนแรกในเรื่องที่อยากพูดถึงเลยคือน้องนักมวย เนื่องจากน้องนักมวยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้มีบาดแผลร่วมกับอีก 3 คนที่เหลือแต่ก็เป็นคนที่ควรมาอยู่ที่ร้าน Antique นี้มากที่สุด ร้านเค้กนี่มีอิทธิพลกับเขามากที่สุด

แนะนำตัวก่อน น้องนักมวยเป็นคาแรคเตอร์ที่เป็นหนุ่มน้อยน่ารักร่าเริง ถ้าเกมจีบหนุ่มก็จะเป็นพระเอกสไตล์สดใสเปิดเผย เก่งกีฬา อะไรประมาณนั้น น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนขนมหวานของพวกเด็กผู้หญิง ไม่เคยแสดงออกด้านหม่นหมองหรือเก็บกด แต่จริงๆแล้ว ชีวิตของเขากลับ tough
(แรด) มากที่สุดในเรื่อง อือออ จะหาคำภาษาไทยยังไงดี 'ยากลำบาก' ก็ดูดราม่าไป คือเป็นเด็กที่มีชีวิตที่ ขม ขมมาก มีทั้งความรุนแรงที่บางทีก็แสดงออกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ดังนั้นเขาจึงชอบของหวานมาก

ความฝันของน้องนักมวยคือสายอาชีพกีฬามวย แต่แล้วก็บาดเจ็บต้องวางนวมล้มเลิกไป

กำพร้า ไม่มีครอบครัว ไม่มีความรัก ไม่มีวัยเด็ก หมดสิ้นทั้งความฝัน ดำเนินชีวิตโดยทำงานไปวันๆ โดยที่เขาก็ไม่นึกเสียใจฟูมฟายอะไร เรารู้สึกว่าขมอะ ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้สงสารตัวเอง แล้วก็มีข้อเปรียบเทียบอยู่อย่างว่า ก่อนหน้านี้ที่อยู่ในสายอาชีพมวย ในตอนแรกน้องนักมวยก็ยังไม่หลงใหลอะไรนัก จนกระทั่งผู้จัดการล่อให้เขาชิงชัยชนะมาด้วยขนมเมื่อรู้ว่าเขาชอบของหวาน (วิธีเลี้ยงหมาให้ดุสินะ ) เขาก็เลยหลงใหลชัยชนะมากขึ้น

ดังนั้นความหวานของเขาจึงแลกมาด้วยวิธีการที่รุนแรง นั่นคือวิธีไปสู่รางวัลชีวิต กลายเป็นคนที่เฉยชินกับวิธีนี้ไปซะ ใช้ชีวิตที่ tough มาตลอด ไม่เคยได้รับรู้รสชาติหอมหวานอย่างแท้จริง ไม่โกรธทั้งที่มีชีวิตที่น่าโกรธ เพราะมาตรฐานการใช้ชีวิตมันโหดมาตั้งแต่แรก

จนกระทั่งเขามาเจอร้าน Antique เจอความสุขสงบ เจอฮีโร่(เกย์ปาติชิเย่)เหมือนเด็กคนอื่นๆ เจอของหวาน เจอสถานที่ที่ทำให้เขากลับไปเป็นเด็กได้อีกครั้ง บาดแผลของน้องนักมวยก็ได้รับการดูแลรักษา

แล้วเขาก็เริ่มมีความฝันครั้งใหม่ในท้ายที่สุด คือการได้ไปศึกษาต่อในอาชีพทำขนมอบ ...โคตรแฮปปี้เอนดิ้งสำหรับน้องเค้าเลย วี้ดวิ้ววว ยินดีด้วย

ทั้งหนังและการ์ตูนไม่ได้สรุปในลักษณะแฮปปี้เอนดิ้งออกมาชัดเจนแบบนิทาน ตอนจบออกจะเหงาๆเมื่อน้องเค้าไปด้วยซ้ำ แต่พอมา

วิเคราะห์ๆแยกๆไปในแต่ละตัวละครแล้ว ถือว่าเป็นแฮปปี้เอนดิ้งมากๆ


คนเกลียดเค้ก

ต่อมาจะเล่านางเอก-พระเอกของเรื่องนี้แล้วกัน คือเกย์ปาติชิเย่ กับลุงหนวดโอนเนอร์ 2 คนนี้ต้องมาด้วยกัน เพราะเกี่ยวเนื่องกัน ...ส่วนหนึ่ง

เรื่องราวเปิดขึ้นได้ระทึกใจสาววาย

สวนกับขาของผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา เป็นหนุ่มใส่แว่นท่าทางติ๋มๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มสุดหล่อ แล้วสารภาพว่า ชอบ ทั้งๆที่ไม่มีหวังตั้งแต่แรก โดนตอกกลับมาด้วยการทำร้ายจิตใจ (ในหนังมีทำร้ายร่างกาย เอาเค้กปาหน้ากลับมาด้วยนะ) "ช่วยตัวเองเวลาคิดถึงฉันด้วยละสิ น่าขยะแขยง ไอ้พวกโฮโม!"

หนังไม่ได้ฉายชัดถึงต้นเหตุของความกราดเกรี้ยวครั้งนั้น ทำให้เราคิดว่าสาเหตุของถ้อยคำรุนแรงนั้นในฉบับของหนัง กับฉบับของการ์ตูน แตกต่างกันนิดหน่อย

การ์ตูน เราว่าลุงหนวดไม่โฮโมโฟเบียนะ? จะออกแนวผู้ใหญ่กว่า เข้าใจโลกมากกว่า แต่ก็ผิดหวังซ้ำซากกับชีวิต มีบาดแผลลึกที่ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่สามารถมีความสุขได้เสียที

แต่ลุงหนวดโอนเนอร์ในหนัง เหมือนเด็กน่ะ ร้ายด้วย bad-habit แสดงออกมากกกก

เขาเกิดมาพร้อมทุกอย่าง ครอบครัวอบอุ่น หน้าตาก็ดี ฉลาด เก่ง บุคลิกดี มีเงิน เพอร์เฟ็ค เป็นที่รัก เรียกได้ว่าตรงข้ามกับน้องนักมวยทุกอย่าง (ยกเว้นความหน้าตาดี ) แต่เจ้าตัวไม่รู้ว่าทำไม ตัวเองจึงไม่ประสบความสำเร็จกับผู้หญิงสักครั้ง มีแฟนมาหลายคน สุดท้าย

ผู้หญิงก็สลัดเขาทิ้งด้วยเหตุผลว่า "เธอดูพยายาม(เป็นคนดี)มากเกินไป จนฉันสงสัยว่าแม้แต่ตอนมีเซ็กซ์น่ะเธอมีความสุขจริงหรือเปล่า"

อะโห ดูฝืนใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ

เราจะได้รู้ว่าความจริง เมื่อตอนอายุ 9 ขวบ โอนเนอร์ถูกคนมีปัญหาทางจิตลักพาตัวไปโดยให้เป็นตัวแทนลูกชายของตนที่สูญเสียไป ล้วคนร้ายก็จะซื้อของหวานมาให้กินทุกวัน

หลังจากหนีหลุดออกมาได้ ความกลัว ความไม่มั่นใจนั้นก็ยังคงติดตามหลอนเขาอยู่เสมอ โดยที่เขาพยายามวิ่งหนีออกจากมันทุกลมหายใจ ทำให้การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของเขาค่อนข้างยากลำบากกว่าคนอื่นหลายเท่า แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นจะสะเทือนใจจนลืมไปหมดแล้ว เขาก็ยังพยายามมากกว่าคนอื่นที่จะแสดงให้คนที่รักเขาเห็นว่าเขาปกติดี มีความสุข จนกระทั่งเป็นคนที่เพอร์เฟ็ค

ลุงหนวดในวัยเด็กพยายามแม้กระทั่งกินเค้กฉลองวันเกิดอย่างยิ้มแย้มต่อหน้าพ่อแม่ เพื่อไปอาเจียนในห้องน้ำในภายหลัง

เขาเกลียดเค้ก เกลียดของหวานทุกชนิด เพราะเป็นสิ่งที่คนร้ายเคยบังคับให้เขากิน แต่เขาไม่เคยบอกใครให้รู้ว่ากินแล้วจะอาเจียน แม้แต่ตอนมาทำร้านเค้ก ก็ไม่มีใครในโลกรู้นอกจากตัวเขา เขาปกปิดอาการป่วยเพียงลำพังไม่ยอมรักษา

แต่ที่เขาตั้งร้านเค้กขึ้นมา ในหนังบอกชัดๆเลยว่า เขาตั้งขึ้นมาเพื่อจะพบคนคนหนึ่ง ต้องการเผชิญหน้ากับความกลัวที่ทำให้ชีวิตเขายังแหว่งวิ่น เติบโตมาอย่างไม่สมบูรณ์อย่างนี้

เราชอบคำพูดในหนังมากเลย ไม่รู้ว่ามีในการ์ตูนปะ แต่ในหนังคำพูดนี้มันดังเด่นขึ้นมา

"มีใครที่ไหนบ้างที่ไม่มีความสุข ในยามที่ได้กินเค้กอร่อยๆ"

...ผมไง

ลุงหนวดเป็นมีชีวิตที่ดีที่สุด เหมือนฝันที่สุด สูงที่สุด มีความสมบูรณ์อย่างที่สุด เหมือนกับการเป็นเจ้าของร้านเค้กที่เต็มไปด้วยของหวานที่เปี่ยมความสุขที่หอมหวานที่สุด ตรงข้ามกับหนุ่มนักมวย

เค้ก ความสุข ความสมบูรณ์ในชีวิต กองอยู่ตรงหน้าเขา

แต่เขาเกลียดเค้กที่สุด ขยาดความสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด เพราะข้างในของเขา มันไม่สมบูรณ์ ทุกครั้งที่กินเค้กเขาจะอาเจียนออกมา

ที่จริงเหตุการณ์โดนลักพาตัวไปตอนเยาว์แล้วถูกป้อนเค้กนั้น เปรียบเสมือนที่เขาเกิดมาโดยถูกป้อนด้วยโลกที่สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบจนน่าอาเจียน

มีใครที่ไม่มีความสุขที่มีชีวิตสมบูรณ์แบบบ้าง? ...ผมไง

เขาพยายามโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด สำเร็จในทุกแบบ จนกระทั่งอ้างว้างและก็ยังคงแหว่งวิ่นในใจอยู่อย่างนั้น

ฉบับหนังใส่เรื่องว่าพอเขาหลุดจากเหตุการณ์ลักพาตัวกลับบ้านมา พ่อก็เข้ามากอด แล้วเขาก็กลัวอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อจนต้องสลัดออก (เพราะว่าคนที่ลักพาตัวเขาไป เอาเขาเป็นตัวแทนลูก เรียกตัวเองว่าพ่อ แล้วเข้ามากอดอย่างนี้เหมือนกัน) เราว่านั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วย โฮโมโฟเบีย ในที่สุด

เขาก็เลยเกลียดเกย์ปาติชิเย่ (ในหนังนะ ...แต่ในการ์ตูนฉันว่าไม่เกลียดเท่าไหร่ ไม่โฟเบียด้วย) แล้วก็มี symbol อยู่นิดนึงที่ในฉากแรก

เขาปาเค้กที่แสนเกลียดใส่หน้าน้องเกย์เข้าอย่างจัง



คนทำเค้ก

มาถึงเกย์ปาติชิเย่ นางเอกของเรื่อง ชีวิตชีแรงงงงงงง ค่ะ แรงตั้งแต่ในการ์ตูนละ

เกย์ปาติชิเย่ ฉันจะเรียกชีว่าโอโนะตามฉบับการ์ตูนดีกว่า ไม่ชินชื่อเกาหลี

โอโนะเป็นทั้งนางฟ้าและปีศาจในตัวคนเดียวจริงๆ จริงๆๆๆๆๆ ทั้งในหนังและการ์ตูน และเป็นเกย์อย่างจริงจัง ชีชอบ Prada มากมาย

โอโนะเป็นเหมือนมะมี้ เพราะว่าผ่านเรื่องราวแรงๆในชีวิตมาแล้วมากมาย เจอคนมาแล้วหลายแบบ มีคนรักมาแล้วพันคน (ฮ่า) คาวโลกีย์ประสาชาวสีม่วงมักจะเจอ ชีจึงเป็นผู้ใหญ่มาก ใจเย็นกับลุงหนวดโอนเนอร์ที่มาทำตัวเป็นเด็กๆในร้าน แถมยังเป็นมาม่าฮีโร่ของน้องนักมวย เป็นคนสวยน่าเทิดทูนของพ่อบอดี้การ์ด และยังมีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นตัวของตัวเองสูงมาก (แรดมากด้วย อิ๊ย์ )

ในขณะเดียวกัน เราว่ามักมีปัญหาหนึ่งในใจของเพศนี้อยู่อย่าง คือลึกๆมักลงโทษตัวเอง และสมเพชตัวเอง และ... คือยังไงอะ ไม่รู้สิ เรื่องราวของคนพวกนี้เหมือนพลเมืองชั้นสอง ที่สามารถมีความสุขได้แค่ชั้นสอง ไม่สามารถมานั่งเฟิร์สคลาสกับคนอื่นเขาได้ (ตั๋วใบนี้ไม่ได้มีสำหรับชั้นนนน~ นั่งรถไฟชั้นสองรักแห่งสยามไปซะ) โอโนะที่แม้จะมั่นใจตัวเอง ก็ชั้นสองไม่เหนือกว่าคนอื่น และไม่ได้ฟูมฟาย

โอโนะมีความรู้สึกรักผู้ชายมาตลอดตั้งแต่จำความได้ กลัวผู้หญิงด้วย เราว่าไม่เกี่ยวหรอกมั้งว่าความเป็นเกย์จะมีสาเหตุหรือไม่ แต่สาเหตุที่โอโนะกลัวผู้หญิงน่ะมีอยู่

โอโนะเกลียดแม่ตัวเอง เพราะว่าแม่อ่อนแอ และแม่แรงงงงง

โอโนะเลยแรงสู้แม่
อิ๊ย์

 

โอโนะมีแผลใจยิ่งใหญ่ในชีวิตอยู่สองแห่ง แห่งหนึ่งโอโนะเปิดเผยให้เราฟังว่า ครั้งหนึ่งในวัยเรียน (ม.ต้นมั้ง) เขากลับบ้านเร็วกว่าปกติ แต่แล้วก็ได้ยินเสียง ...อ่า... กิจกรรมบันเทิงของผู้ใหญ่ ในห้องนอนแม่ เขาเลยไปแอบดู พบเห็นแม่กำลังเข้าจังหวะอยู่กับครูประจำชั้นของเขา อู้ว

เราจะเห็นภาพน้องแว่นเฉิ่มโอโนะต๊กกะใจ แล้วหันกลับมายกมือปิดปากน้ำตาไหลหลั่ง แล้วเราก็จะเห็นอารมณ์โกรธ

"ฉันเกลียดแม่ เกลียดแม่มาก" โอโนะบอก "ฉันไม่ได้เกลียดที่แม่ทรยศพ่อ แต่อิจฉาแม่..."

"ครูเป็นคนรักคนแรกของฉัน"


สิ่งนั้นก็บ่มเพาะความเจ็บปวดลึกๆข้างในของโอโนะตลอดมา แผลแห่งที่สอง ก็น่าจะเป็นคนที่ชอบคนที่ 2 ต่อจากครูสอนจังหวะคนนั้นเลยมั้ง โอ้วดับเบิ้ลความช้ำรักของน้องเกย์กันเข้าไป

คนที่โอโนะแอบชอบมาตลอดชีวิตม.ปลาย คือลุงหนวดขี้หงุดหงิดโฮโมโฟเบียตัวพ่อนั่นเอง

ก่อนสำเร็จการศึกษา โอโนะเลือกที่จะสารภาพความรู้สึกไปโดยไม่หวังอะไรเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมักมีแฟนเป็นผู้หญิง นี่ไม่ใช่การ์ตูน BL ดังนั้นไม่มีทางสวยหรู แต่นอกจากจะไม่สวยหรู ยังโหดร้ายอีกต่างหากเพราะโอโนะดันโผล่ไปผิดจังหวะ ลุงหนวด(ที่ตอนนั้นยังไม่หนวด) ตอนนั้นกำลังอารมณ์ฟึดฟัดขั้นเทพเพราะเพิ่งโดนแฟนบอกเลิก (ก็ไอ้เหตุผล 'เธอดีเกินไป' นั่นแหละ) ก็สวนกลับมาไม่ไว้หน้าว่า "ขยะแขยง ไอ้พวกโฮโม" ปาเค้กแถมกลับมาเป็นของสมนาคุณอีกต่างหาก

น้องเกย์ช้ำรักก็เลยหัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี เฮิร์ทหนัก คิดอยากจะฆ่าตัวตายขึ้นมาอย่างแร็งงง

แต่ก่อนตาย... เจ๊ขอมันส์ก่อน

น้องเกย์ช้ำรักก็เลยนั่งช้ำรักบนรถไฟชิงกันเซนดิ่งไปย่านบันเทิง แล้วตรงแหน่วไปบาร์เกย์ ไปแล้ว... เจ๊ค้นพบที่ของเจ๊แล้ว! ก็กลายเป็น ไอวิลเซอร์วาย ไม่ตายดีกว่า (แถมคนเขียนยังเขียนโดจินเองว่า มีอะไรกับผู้ชายครั้งแรกคืนนั้นอีก หื๊ออออออ!!! เรื่องนี้หาอ่านไม่ได้ในการ์ตูน Antique Bakery โดยตรงนะจ๊ะ)

ก็ถือว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นที่ต่อชีวิตของชาวพลเมืองชั้นสองหลายๆคน

หลายปีต่อมา เจ๊ก็กลายเป็นขึ้นชื่อลือชาในบาร์เกย์แห่งนั้นไปว่าเป็นเกย์ที่มีเสน่ห์ร้ายกาจอย่างปีศาจ อื้อฮื้ออออ ถ้าเจ๊ถูกใจ ต้องการจะโปรยเสน่ห์ใส่ใคร จะพลเมืองชั้นสองที่เท่าเทียม หรือหนุ่มนิยมหน่มนมในเมืองชั้นหนึ่งมาเจอเข้า ก็ต้องเสร็จเจ๊ทุกราย
ร้ายยย!!!

เจ๊ตามผู้ชายไปฝรั่งเศส เจ๊ไปเรียนทำขนมอบ แล้วเจ๊ก็ดันทำได้เริ่ด เจ๊ควงหนุ่มปารีส (อิ๊ย์เจ๊บ้า นั่นมันความฝันของฉันนะ!) เจ๊หนีหนุ่มกลับบ้าน เจ๊ทำงานตามร้านเค้ก ทุกคนหลงเจ๊ ร้านเค้กเจ๊งล่มจมกันระนาวเพราะเจ๊

เราว่าเจ๊ผู้ทำขนมอบสุดเริด เป็นสัญลักษณ์แทนผู้ที่ต่อสู้จนยืนหยัดหาความหอมหวานของชีวิตได้ด้วยตนเอง แต่เจ๊ก็เป็นคนที่ไม่ได้ชอบกินขนมหวานอะไรมากมายนัก เจ๊จึงเป็นคนที่สมดุลย์ที่สุดในเกมนี้ ในหนังเรื่องนี้


แล้วสุดท้าย (หรือในต้นเรื่อง) เจ๊ก็มาป๊ะกับผู้ชายผู้จุดประกายแรดให้เจ๊ คนที่ปาเค้กใส่หน้าแล้วบอกว่าหยะแหยง คนที่สร้างแผลใจ มานั่งสัมภาษณ์งานเพื่อรับเจ๊ที่ขึ้นชื่อเรื่องทำเค้กเริ่ดมาก มาเป็นลูกจ้าง

ผู้ชายคนนั้น (ลุงหนวด) จำเจ๊ได้ทันทีที่เห็น แม้ว่าจะเปลี่ยนจากหนุ่มแว่นแอบจิตสุดเฉิ่มมาเป็นเกย์ปีศาจทรงเสน่ห์ (ที่จริงเราว่าลุงหนวดเป็นคนที่จิตใจดีมาก เขาไม่ลืมเจ๊ แม้ว่าเจ๊ไม่ได้มีความสำคัญในชีวิตเขา) แต่เจ๊เสือกกกกกกกกกกกกก จำคนที่ตัวเองเคยหลงใหลได้ปลื้มและแค้นใจที่ไม่มีวันได้มาไม่ได้เลยยยยยย (แค่กลับไปปลูกหนวดเองนะฮื้ออออ) ปีศาจไหมละ เจ๊กวนตีนนนน

ชอบมุขที่ลองใจลุงหนวดอะ ตอนแรกจะจุ๊บ ลุงหนวดไม่ยอมอย่างแรง แล้วมีเล่นทีเผลอ ฉวยโอกาสเฟลิตตอนจับมือตกลงกัน มีการพูดแรดๆว่า "อ้าวไม่ได้ผลเหรอ" ก๊ากกกกกกกกก เจ๊เอ๊ยยยย มั่นมวากกกก มั่นจนอยากให้ลุงหนวดสุดซึนนี่เป็นอุเกะ แอร๊ยยย

เจ๊ไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งตา ฌอง แบ็บติส อีวาน (อ๊ะอีวานมันต้องรัสเซียซังมิใช่รื้อ ก๊ากกก) คนรักเก่าชาวปาริเซียน (แอนดี้ยยยย์ สุดเลิฟฟฟฟ ) บินลัดฟ้ามาหาเจ๊กอดจูบจ๊วบต่อหน้าเจ้านายโฮโมโฟเบียตัวพ่อเข้า แถมนังปาริเซียนคู่ขาเจ๊ยังมาทำเชิ่ดหยิ่งใส่ลุงหนวดอีก กวนตีนมากมาย (แอนดี้แรดชนะเลิศค่า)

ไม่พอ มันจะลักพาตัวเจ๊ไปจากลุงนวด โดยมีเครดิตเป็นถึงคนเคยรัก ม้าเคยแข่ง ชอบมากกกกกก ฉากที่แอนดี้ลากวาฟเฟิลออกจากร้านแล้วทำเป็นจับก้นวาฟเฟิลต่อหน้าลุงหนวด กวนสุดตีนนนนนน ไปเลยแอนดี้ย์~ *โบกพักเชียร์ เอร๋ยยย์*

ในหนังฌองหึงหวงเจ๊กับลุงหนวดอย่างมากมาย (ทั้งที่ในการ์ตูนไม่ได้หึงอะไร ปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า แถมไม่หน้าตาดีแบบแอนดี้ย์ด้วย เหมือนลุงฟรานฝรั่งเศสซัง) จะดึงเจ๊กลับปารีสให้ได้ เจ๊ก็เหมือนจะกลับปารีสไปกับเขาด้วยจริงๆ จนกระทั่งุงหนวดฮึดไปยึดเจ๊กลับมา

ในการ์ตูนลุงหนวดนอยด์กลัวเจ๊ไป และฮึดตั้งแต่แรก ถึงกับโทรไปหามะม้าปะป๊าขอยืมตังค์มาจ้างให้เจ๊อยู่ต่อ (แต่ก็ไม่ได้ และเจ๊ก็ไม่ได้คิดจะไปแต่แรก)

ในหนัง ลุงหนวดไม่ค่อยเห็นค่าเจ๊เท่าในการ์ตูนเท่าไหร่ ถึงกับไปเอาเค้กร้านอื่นมาให้น้องนักมวยกินดูว่าอันไหนพอเทียบเค้กของเจ๊ได้บ้าง เจ๊เห็นลุงหนวดไม่แคร์ตัวเองยิ่งงอนใหญ่

(เราก็เลยรู้สึก เราชอบลุงหนวดโอนเนอร์ในการ์ตูนมากกว่าอะ เค้าแคร์และบำเรอโอโนะเอามากๆ เห็นคุณค่าในตัวทุกคน เป็นคนที่ดีมากเหลือเกิน แต่ไม่น่าหลงใหลเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆ ส่วนลุงหนวดในหนังดูน่าสงสารและมีเสน่ห์ แต่เด็กจนน่าหงุดหงิดใส่ด้วย เป็นคนที่ทนอยู่ด้วยยาก)

แล้วลูกบ้าน น้องนักมวยยิ่งงอแงใหญ่โวยวายให้ลุงหนวดทำไงก็ได้ "จะนอนกับเขาก็ได้ ทำทุกวิถีทางรั้งให้เขาอยู่ให้ได้!"

ในหนังตีความความสัมพันธ์ของโอโนะกับฌองด้วยเวลาจำกัดให้เหลือแค่ความหึงหวง แต่ในการ์ตูนเราชอบความสัมพันธ์ของคู่นี้พอควร

ที่จริงโอโนะมีปัญหากับฌอง เนื่องเพราะฌองต้องการโอโนะ แต่โอโนะไม่ได้ต้องการฌอง (ส่วนความรัก เหมือนจะถูกห้ามพูดถึงในสังคมพลเมืองชั้นสองนี้) มีปัญหาแบบที่ชาวรักร่วมเพศมักมีกัน คือความสัมพันธ์ที่ไม่มีกรอบกำหนด ฌอณต้องการโอโนะมาก ทำให้เขาโกรธคลั่งกับความสัมพันธ์ที่ไร้กฎกรอบแบบนี้ (คือไม่สามารถผูกพันด้วยการเป็น 'แฟน' หรือครอบครองกันและกันได้) ฌองทำร้ายโอโนะถึงขั้นลงมือ แล้วโอโนะก็จะหนีไป แล้วสุดท้ายฌองก็จะตามไปขอโทษ ร้องไห้ขอให้กลับมารักกันใหม่ แล้วสักพักก็จะโกรธคลั่ง ลงไม้ลงมือกัน วนลูปเหมือนเดิมๆ ... อาร์ตตัวเกย์จริงๆ

ครั้งนี้ฌองมาหา เสนองาน สร้างหลักแหล่งความมั่นคงเพื่อให้เขากับโอโนะอยู่ด้วยกันให้ยืด และเอื้อให้โอโนะประสบความสำเร็จ โอโนะคลุกคลีกับฌอง มีสัมพันธ์กันทางเพศตามความเคยชิน (หมายถึง ควงแขนเป็นแฟนกัน) แต่สุดท้ายโอโนะก็เลือกที่จะไม่กลับไป เพราะเขาไม่ได้ชอบเค้กตั้งแต่แรก และไม่ได้ต้องการฌอง จบด้วยการโดนทำร้ายครั้งสุดท้าย ฌองเสียใจ ขอโทษ แล้วก็จากไป

ความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็จบลงในที่สุด (แต่ไม่แน่ในอนาคตฌองก็อาจมาร้องห่มร้องไห้ขอคืนดีอีกร้อยๆรอบ)

เวลาดูหนังเกี่ยวกับเรื่องรักเพศเดียวกัน เรามักจะเห็นความสัมพันธ์แบบนี้ โกรธเกรี้ยว เจ็บปวด จับต้องไม่ได้ ความสัมพันธ์แบบพลเมืองชั้นสอง ที่ไม่มีทางที่จะมีความสุขสมหวังแบบสูตรสำเร็จอย่างที่ใครๆเขาก็มีกัน แต่จะมีความสุขอีกแบบ (ที่บางทีอาจจะเหนือกว่าพลเมืองชั้น 1 ด้วยซ้ำ) ... เราก็ดันชอบความสัมพันธ์แบบนี้มากเลย ดูมีเสน่ห์ดี

อีกอย่างที่โอโนะเลือกที่จะไม่กลับไป เพราะเขาเจอสิ่งที่เขาต้องการมากกว่าความสัมพันธ์ทางเพศอย่างที่ตอนเด็กๆเคยใฝ่ฝันอยากมีแล้ว เขากลับให้ความสำคัญกับการมีลูกศิษย์ที่มีแววอย่างน้องนักมวยมากกว่า จึงเลือกที่จะอยู่สอนน้องนักมวยทำเค้กต่อไป และสนับสนุนให้ไปเรียนต่อที่ปารีส และก็พบความสุขสงบในร้าน Antique ในที่สุด

เพราะโอโนะเป็นคนทำเค้ก ไม่ใช่คนชอบกินเค้ก แต่ก็ยังพอกินให้อร่อยได้

 

คนไม่กินเค้ก

มาถึงคนสุดท้ายบอดีการ์ดพ่อบ้าน บอดีการ์ดพ่อบ้านก็คงเป็นคนที่โชคดีที่สุด เพราะเขาเป็นคนไม่กินเค้ก ไม่เคยเห็นเขากินเค้กเลย

ที่จริงไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรมาก มีเกี่ยวข้องกับลุงหนวดโอนเนอร์นิดนึง

ที่จริงแผลลึกๆของพ่อบ้านมีอยู่อย่างหนึ่ง คือมีพ่อที่ทำร้ายแม่ตัวเอง แต่แม่เขาเข้มแข็งพอที่จะหอบหิ้วเขาหนีออกมาขออาศัยอยู่บ้านลุงหนวด เขาไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากมายกับร่องรอยนั้น เพียงแต่มันมีผลกระทบกับการมองโลกนิดหน่อย เราว่าเขาไม่ค่อยเข้าใจบทบาทของเพศชายเท่าไหร่นะ

เขาอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดังนั้นแทนที่จะเป็นพ่อบ้านที่เกื้อหนุน 'นายน้อย' ลุงหนวด ก็จะเป็นลุงหนวดคอยช่วยเหลือเขามากกว่า ง่ายๆว่าตัวถ่วง (ก๊ากก) แต่อย่างน้อย ก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์ เห็นนายน้อยป่วย ฝันร้ายทุกคืนก็เป็นห่วง อยากจะดูแล แต่เขาดูแลนายน้อยเหมือนที่แม่ดูแลเขา คือมีชีวิตโดยซึมซับมาแต่บทบาทเพศหญิง แล้วก็เป็นเด็กตลอด ทั้งที่ภายนอกจะแมนใส่สูทอย่างชายเหนือชาย (แถมในการ์ตูนยังมีลูกสาวลับๆ 1 คน แรงงงงงงงงง)

เขาใสซื่อและตกหลุมกลของโอโนะด้วย แต่ก็ไม่ได้คิดมากพอที่จะปรุงแต่งอาการนั้นให้กลายเป็นเรื่องรักโรแมนซ์ คือไม่กินเค้กนั่นเอง

แต่ชอบความซื่ออยู่อย่าง ที่คืนนึงโอโนะโปรยเสน่ห์ใส่ เขาชอบโอโนะมาก เช้าต่อมาโอโนะไปแก้ตัวกับคนอื่นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเสียใจอย่างพาซื่อมากๆ บ่อน้ำตาแตกออกมาอย่างนั้น ซื้อซื่อ คือเป็นตัวละครที่ค่อนข้างจะเกินความจริงบ้าง

แล้วลุงหนวดแมนอย่างแรงงงงง ชอบลุงหนวด ตบโอโนะเพียะ การกระทำของลุงหนวดมีเหตุผล เพื่อปกป้องคนไม่มีทางสู้อย่างพ่อบ้าน และบอกขีดจำกัดของโอโนะ

หลังจากนั้นโอโนะเลยให้เกียรติลุงหนวดพอที่จะไม่ยุ่งกับพ่อบ้าน สำนึกขอบเขตของตัวเอง แม้ว่าพ่อบ้านจะหล่อสเป๊คเจ๊เหลือเกิน

สุดท้าย Antique เป็นที่ที่ทำให้พ่อบ้านแก้ไขบาดแผลนั้น ทำให้เขาเห็นคนมากขึ้น และก็มีค่ามากขึ้น จนสุดท้ายมีความคิดมากขึ้น (จากที่ไม่เคยมีเลย กร๊ากก) มีความพยายามที่จะแยกตัวไปอยู่คนเดียว แม้ว่าจะยังคงพึ่งพานายน้อยอยู่ ก็ยังเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองป่วย และทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้


อ่า.. วกมาลุงหนวดอีกรอบนึง

เราชอบฉากสุดท้าย ที่ลุงหนวดได้เผชิญหน้ากับคนสร้างรอยบาดแผลลึกของเขาเข้าโดยบังเอิญ เราว่ามันค่อนข้างจะคล้ายๆที่โอโนะมาเจอลุงหนวดเข้าโดยบังเอิญ

ไม่อยากไปแตะต้องฉากนั้น ไปตีความมาก เพราะมันเป็นฉากที่บริสุทธิ์อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว

เอาเป็นว่าฉันชอบ




แต่อดไม่ได้อยากพูดถึงง่า พูดถึงเนอะ ขอพูดหน่อยเหอะ

ลุงหนวดที่คิดอยากจะลงโทษคนนั้นอยู่ตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็พบแล้วว่า ในขณะที่เขาโดนทำร้ายจนเกิดบาดแผล เขาเองก็เป็นบาดแผลของชายคนนั้นเหมือนกัน (ร่องรอยเห็นได้ชัดทั้งทางกายและใจ)

เขาเป็นชายแก่คนหนึ่ง เป็นแค่ชายแก่ๆคนหนึ่ง ที่มีบาดแผลคนหนึ่ง

และก็ยังเป็นคนที่มีความสุขที่ได้กินเค้ก


ลุงหนวดอาจจะยังคงกินเค้กไม่ได้เหมือนเดิม แต่เขาก็เข้าใจบาดแผลของเขามากขึ้น และยอมให้โอโนะกอดเขาง่ายๆอย่างไม่ถือสา

ร้าน Antique อาจจะเปิดขึ้นมาเพื่อทบทวนอดีตของแต่ละคน (และสุขสงบ เป็นที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้  ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ฐานะใด (ก็มีสิทธิเก็บตังมาจ่ายเงินซื้อเค้กพอๆกัน) กินเค้กกันในภาชนะชามสวยหรู เหมือนโลกยูโทเปียใบย่อมๆ)

เราอาจจะมีบาดแผลลึกที่กำหนดให้อนาคตเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ในเมื่อแผลนั้นเหลือร่องรอยที่ไม่มีวันลบล้างหายไป

เพราะเมื่อไหร่ที่ถึงเวลาที่รู้สึกว่าชีวิตมันช่างขมนัก เราควรซื้อเค้กดีๆแพงๆหวานๆสักก้อน แล้วก็กินมันอย่างมีความสุข

-------------------------------------------------------------------


ยาวมาก อยากแปะเพลงนี้อะ Ticket รู้สึกเพลงนี้ตรงกับความรู้สึกในเรื่องนี้ดี ฮ่าๆ ทั้งสำหรับเรื่องความรักของผู้ที่รักเพศเดียวกัน และผู้ที่มีบาดแผลที่มักขัดขวางให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ (แต่เราก็ต้องอยู่กันต่อไป)

 

ตั๋วใบนี้ไม่ได้มีสำหรับชั้นนนน~ นะ ชาวพลเมืองชั้นสอง

อืม เพราะไม่ยอมดองเรื่องเก็งกำไรเก็บไว้ดูตอนพีคคลั่งวาฟเฟิลและแอนดี้ย์มั้งเลยรู้สึกเฉยๆ เราคิดว่ายังเล่นกันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ (ส่วนตัวคิดว่าผู้กินกับไม่ค่อยเก่งนะ เรื่องมันงงๆและนอกจากลุงหนวดแล้วคนอื่นค่อนข้างแบนๆ หรือว่าตั้งใจให้เด่นที่ลุงหนวดคนเดียวก็ได้)

ส่วนตัวค่อนข้างชอบเรื่อง Momento Mori งานเก่าของผกก.นะ อ้อมีดาราจากเรื่องโมเมนโตะโมริมาเล่นด้วยแหละ (น้องสโตล์กเกอร์นั่นเอง โอ๊ยโปรดนะน้องคนนี้ เห็นแล้วใจเต้นระทึก ต้องได้คู่ทอมฮะสิ ออกจะตามติดชีวิตเลสเบี้ยนขนาดนั้น คู่กันๆๆๆ เอาผีออกปายยย ตายแล้วไม่เกี่ยวววว *เชียร์แบบแฟนเิกิร์ลอย่างบ้าคลั่ง*) เรื่องนี้ก็ไม่ได้ประทับใจมากจนจะไปดูโรงอีกทีหรอกอ่า ชอบฉบับการ์ตูนมากกว่า

อ้อเรื่องนี้มีฟีลผีๆเหมือนกัน ดูตอนกลางคืนปิดไฟกลัวนะ!

แอนดี้ย์เหมือนตัวร้ายในละครหลังข่าว โผล่มาแรดน่าหมั่นไส้เฉยๆ

วาฟเฟิลกะแอนดี้จุ๊บแบบ แอร๋ย ดูเป็นจุ๊บที่เปิดใจดี คือเรารู้สึกมันไม่ดึงดันให้มี passion มากเกินไป

ชิคคู่ แล้วก็อุเกะคูณ2 นี่มันคู่ยูริชัดๆ คือรู้มานานแล้วนะ แต่ตอนถอดเสื้อเห็นชัดแจ๋วแหววเทียบกันเลยว่า เฮ้ย แอนดี้หุ่นเคะกว่า แล้วตอนหึงหวง เหมือนสาวน้อยบ้าคลั่งเลยแอนดี้ๆๆๆๆๆ สกิลแสดงไม่น่าเครซี่ ไม่ดึงดูด ไม่รู้สึกว่ามีเสน่ห์กันเท่าไหร่ (แข็งทื่อเป็นท่อนไม้กันทั้งคู่ คือรู้ตั้งแต่แอบไปดูหนังของแอนดี้แล้ว พี่แกเป็น 'นายแบบมาเล่นหนัง' จริงๆ) แต่บทคู่กันน่ะโอเค เชื่อได้ รักกัน รักกันนน

แล้วด้วยความชิคแรงกล้าในตัว สองคนนี้ ...เกย์ได้ดี ดาวออนเอิ๊ดดี

กุเร็ตโตะ จ้บปุ!

 

-------------------------------------------------------------------------



เออไปเจอดราม่า Code Geass ตอนศึกพลังจิ้นลูลูชสุซาคุ ชอบอ้ะ

ที่บล็อกคุณคนนี้ >>mukiki<<

เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกถึงความ จุ่นxจิ้ง

เป็นไปไม่ได้ๆๆๆๆ ทำไมจุ่นเสียงลูลูชแอ๊บแมนได้ขนาดน้านนน แมนกว่าตัวจริงที่แรดมากมาย แล้วจิ้งที่แก่ๆเหี่ยวๆมาทำเสียงเด้งได้ขนาดนั้นนนน

(อนิเมเรื่องใหม่มันคู่กันอีกแล้ววว แต่จุ่นกลับไปแรด และจิ้งก็ออกแนวขรึมๆตามฟอร์ม ว้าเซ็ง ไม่ใหม่เลย)

อ่อ Official ชอบ ลู่เสะสุเคะ สินะ เห็นมาหลายรอบละ แต่สาคูเคะยังไงก็ยกขาแลนสลอตโตะด้วยมือเปล่าว่ะ! แล้วลู่เสะยังไงก็ซึนเดเระว่ะ!

ชอบ "สึโก้ยสึเบรุโย๋!" ชอบบบบบ "นูรุนนูรุดะ! ลูลูชกะนูรุนนูรุดาโย๋ ♥" ชอบบบบ  กี๊ด สาคูแม่งแอ๊บคิ้วและจะสำเนียงตื่นเต้นเว่อให้ชวนคิดลึกไปไหนเนี่ย อ๊ากกก ตกหลุมแอ๊บอีจิ้งอีกแล้ว อีเซยูปีศาจ! กี๊ดอย่ามาแอ๊บแบ๊วนะ อีหน้าปลาจวด *ซิสเซอร์แอทแทคใส่*
(กี๊ดกลัวมีแฟนเค้ามาอ่านแล้วอยากตีหัวเราจัง (...จะมีเรอะอีหน้าปลาจวด) เราด่าเพราะชอบนะ ชอบแต่ก็เกลียด ฮ่าๆ)

ชอบ "ดนดนดน ปาฮุ ปาฮุ ปาฮุ ♥" โคตรไร้ความหมายเล้ย

ชอบ "บุรักกุโฮรุ ดายฟวิ่ง ทอรุนาโด สะมาชชช"
ชอบ "จัมโบ้ มักกุนัม คุรุรุกิ สึเปเชียรุ ดิล้ากกกกกุสึ"



ไม่เปลี่ยนนะ ไม่เปลี่ยน

สำเนียงมึงไม่เคยเปลี่ยน

ไฮโนรุ ฟันตาชี โนะ เซวุน น่ะ (Final Fantasy 7)


ไปละ
ดนดนดน ปาฮุ ปาฮุ ปาฮุ ♥

รักทุกคนนะ ดนดนดน ปาฮุ ปาฮุ ปาฮู้วววว♥